เลยว่ารัชทายาทจะมีรสนิยมเช่นนี้
“สำนักศึกษาหลวงนี่ให้การบ้านน้อยเกินไปหรือเปล่า” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสียงเย็น
เมิ่งจี๋ฟังควบคุมสีหน้าตัวเองอย่างมาก “ฝ่าบาทวางใจเถอะ พวกเราไม่พูดมากหรอก แต่ท่านมาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าคนอื่นจะไม่รู้”
ไม่ใช่ว่าภายหลังคนอื่นรู้เรื่องนี้กันทั่วแล้วจะมาโทษเขานะ
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบรัชทายาท แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะล่วงเกิน
ถึงอย่างไรรัชทายาทก็ไม่ใช่คนที่ใครจะล่วงเกินได้! เขาไม่ได้โง่อย่างจ้าวซวีจือนั่นเสียหน่อย!
จ้าวเสวียนจิ่งยืนขวางอยู่ที่นั่นราวกับกำแพง จู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมาเบาๆ “หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปก็แปลว่าเป็นฝีมือของเจ้าเมิ่งจี๋ฟัง แล้วเมื่อไรที่ข้าว่างไม่มีอะไรทำ ข้าจะไปคิดบัญชีกับเจ้าแน่”
“…” เมิ่งจี๋ฟังรู้สึกว่าวันนี้ตนเองอาจจะซวยไปหน่อย
รัชทายาทก็ยังคงสง่างาม พอพูดจบเขาก็เดินจากไปทันที
แล้วเขาเล่า
รัชทายาททำเรื่องแล้วจากไปอย่างสบายใจ แต่เขายังต้องมารับผิดชอบอีก?
“วันนี้ลมอะไรนะถึงพัดเขามาที่นี่ได้…” เมิ่งจี๋ฟังบ่นพึมพำเล็กน้อย “เอ๊ะ ไม่ใช่สิ พวกเจ้าไม่ใช่หรือที่บอกว่าที่นี่เงียบสงบ ไม่มีทางพบคนรู้จักได้แน่นอน!?”
คนรอบกายเขาไม่มีใครกล้าพูดอะไรตั้งนานแล้ว
เดิมทีพวกเขาชวนเมิ่งจี๋ฟังออกมาเที่ยวเช่นนี้ก็กลัวว่าจะถูกคนที่เป็นหูเป็นตาให้ตระกูลเมิ่งพบเห็นอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่นี่
หอโคมเขียวที่นี่ไม่ดีที่สุดในเมืองหลวง กระ