งไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้จ้าวเสวียนจิ่งสวมชุดสีดำทั้งตัวชวนให้ดูสงบนิ่งและเย็นชามาก แต่ในเวลานี้เขากลับเปลี่ยนเป็นชุดสีคลุมยาวสีฟ้าน้ำแข็งปักลายใบไผ่ซึ่งทำให้เขาดูสง่างามอย่างยิ่ง และทำให้รู้สึกว่าห้องนี้สว่างขึ้นมาทันที
จนนางอยากจะยื่นมือออกไปจับ
เซี่ยเฉียวต้องยับยั้งชั่งใจเล็กน้อยและเหลือบหางตาไปมอง
อย่างไรก็ตามเวลานั้นเสี่ยวเอ้อก็รีบยกอาหารเข้ามาพอดี
ไม่นานนักอาหารก็ถูกวางลงจนเต็มโต๊ะ
วิญญาณตนนั้นลอยไปลอยมาอยู่บนโต๊ะ เขาทั้งสูดทั้งดมเพื่อดื่มด่ำกับอาหารเหล่านั้น
ตราบใดที่อาหารในร้านนี้ไม่ได้จัดวางไว้ในลักษณะของการเซ่นไหว้ ต่อให้เป็นวิญญาณที่หิวโหยก็สามารถที่จะขโมยกินได้ อาจมีบ้างบางครั้งที่พวกวิญญาณซุกซนจะมาสร้างความวุ่นวาย แอบดมสักทีสองทีเท่านั้น
ไม่มีใครขยับตะเกียบ
โจวเว่ยจงมองดูอาหารบนโต๊ะจนน้ำลายสอและรู้สึกหิวขึ้นมาเล็กน้อย
“ปรมาจารย์…พวกเรากินได้ไหม” โจวเว่ยจงสงสัย
เซี่ยเฉียวชี้ไปที่หัวปลาจานหนึ่งแล้วก็ยิ้ม “จานนี้เขากินเสร็จแล้ว เจ้าลองชิมดูได้”
โจวเว่ยจงจึงลองทันที
ถุย! เขาคายปลาออกมาทันที “ทำไมไม่มีรสชาติอะไรเลย!”
“เพราะเขากินเสร็จแล้ว เจ้ามากินอีก…ก็ไม่ต่างอะไรกับการเคี้ยวขี้ผึ้ง” เซี่ยเฉียวอธิบายเรียบๆ
โจวเว่ยจงวางตะเกียบลงอย่างช่วยไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คนทั้งสามเดินไปมาอยู่เป็นเวลานาน พวกเขาเองก็รู้สึกหิวขึ้นมาจริงๆ แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงได้สั่งอาหารมาเพิ่มอีกสอง