งทั้งสองคนนี้โดนแล้วหรือ…”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าเป็นคนช่วยพวกนางไว้เองกับมือ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” เซี่ยผิงกั่งตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง เวลานี้เขาเองก็เข้าใจเจตนาของปรมาจารย์แล้ว จึงได้หันไปพูดกับคนทั้งสอง “พวกเจ้าวางใจได้ คนที่ติดตามมาที่นี้ล้วนแต่ปิดปากสนิทอยู่แล้ว เรื่องที่พวกเจ้าเห็นอะไรนั่นไม่มีทางแพร่งพรายออกไป หากมีคนถาม ข้าจะให้ทุกคนอธิบายแทนพวกเจ้าเอง”
ก็แค่บอกว่าทั้งสองคนโชคดีได้รับการช่วยเหลือโดยไม่มีอะไรเสียหาย
เดิมทีก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว!
“ใต้เท้าเซี่ย” จู่ๆ ต่งอีอวิ๋นก็ร้องเรียกออกมา
เซี่ยผิงกั่งยืนอยู่ที่เดิม “มีอะไรหรือ”
ต่งอีอวิ๋นเงิยหน้าขึ้นมองเขา นางกลับรู้สึกสงบปลอดภัยอย่างยิ่ง “ขอบคุณท่านมาก นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว…ที่ท่านช่วยข้าเอาไว้”
เซี่ยเฉียวเห็นว่านัยน์ตาของแม่นางคนนี้เป็นประกาย
“เช่นนั้นแล้วพอกลับไปถึงบ้านเจ้าก็ให้ท่านพ่อของเจ้าส่งของขวัญมาให้ข้า เป็นสองชิ้นก็แล้วกัน ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจหรอก” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยด้วยสีหน้านิ่ง
“…” เซี่ยเฉียวเงียบไปครู่หนึ่ง
“อืม สองชิ้น ข้าจะจำไว้” ต่งอีอวิ๋นรีบพยักหน้า “เพียงแต่…ใต้เท้าเซี่ย….ท่านถือสาที่จะแต่งงานกับคนอย่างข้าที่เกือบจะถูกคนรังแก และมีชื่อเสียงด่างพร้อยไปแล้วเช่นนี้หรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซี่ยเฉียวก็พอจะฟังออกแล้วว่านางกำลังบอกใบ้ถึงอะไร
และนางเองก็รู้สึกชื่นชมแม่นางน้อยคนนี้ด้วย
“ไม่ถือส