่ไหวก็ต้องไสหัวไป” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมีเหตุผลแล้ว
หากเป็นคนอื่นที่เขาไม่ถูกชะตาด้วยล่ะก็ เขาคงไล่ตะเพิดไปแล้ว
อวี๋เซียนพยักหน้า จากนั้นนางก็ดึงผ้าขาวผืนหนึ่งที่เหมือนกับผ้าพันเท้าออกมาจากอกเสื้อ
นางพันผ้าขาวรอบฝ่ามืออย่างระมัดระวังชั้นแล้วชั้นเล่า หลังหมัดทั้งสองของนางจึงเหมือนกับมีของป้องกันอยู่อีกชั้นหนึ่ง
เซี่ยผิงกั่งรำคาญยิ่งนัก
“อ่อน” ลูกผู้ชายจะอ่อนแอบอบบางอะไรขนาดนั้น
พันมือเอาไว้แบบนี้ คนที่ไม่รู้ก็คงจะนึกว่าเขาบาดเจ็บมาก่อนแล้ว!
อวี๋เซียนรู้สถานะของตัวเองเป็นอย่างดี
ผู้หญิง
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า มือ หรือตำแหน่งใดๆ ที่คนอื่นสามารถมองเห็นได้ก็ไม่ควรให้มีบาดแผล หากคนอื่นเห็นแล้วก็จะพากันพูดเหลวไหลไปต่างๆ นานาได้ง่าย แม้ว่า…หลายปีมานี้นางจะคุ้นเคยกับการทำเช่นนี้แล้ว แต่นางก็ยังพยายามใส่ใจกับมันไว้ก่อนดีกว่า ถือเป็นการหลอกตนเองและหลอกคนอื่นด้วย
“หมัดมวยก็พอแล้ว ใครแตะตัวได้ก่อนก็ถือว่าจบ” อวี๋เซียนก็ไม่ได้ถือสาที่เซี่ยผิงกั่งดูถูกนาง
นางอุ่นเครื่องอยู่ตรงที่เดิมอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นคนทั้งสองก็เริ่มประมือกัน
เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ใต้ระเบียงทางเดินอย่างว่าง่าย โดยพยายามอยู่ให้ห่างหน่อยเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง
ไม่ว่าใครก็ตามในสองคนนี้เพียงแค่ออกหมัดเบาๆ ก็อาจทำให้นางเป็นลมหมดสติไปได้เป็นเวลาหลายวัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซี่ยเฉียวก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจนต้องเบะปาก
นางก็เป็นคนไม่ต่