ี้นี้ไว้ ประเดี๋ยวหากเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ข้าจะต้องคืนค่าเสื้อผ้าชุดนี้ให้ท่านแน่” อวี๋เซียนทำหน้าจริงจัง
นางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน ไม่สมควรใส่เสื้อผ้าเก่าของบุรุษจริงๆ
ต่อให้ไม่มีใครรู้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ต้องอยู่ติดกับร่างกายของนาง นางจึงรู้สึกแปลกๆ และอึดอัดใจ
นางจึงได้แต่ต้องทนเสียใจกับเงินค่าจ้างที่ยังไม่ทันได้จับนั้นไปก่อน
นางยากจนเกินไปแล้วจริงๆ
อวี๋เซียงถอนหายใจ เมื่อคิดว่านางโตมาขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกนางต้องมาลำบากเพื่อเอาชีวิตรอดเช่นนี้
แต่เมื่อมาถึงบ้านตระกูลเซี่ย อวี๋เซียนก็ต้องตกใจเล็กน้อย
“ญาติของท่านมีภูมิหลังที่ใหญ่โตเช่นนี้!? นี่มันจวนขุนนางนะ!” อวี๋เซียนตกตะลึง “แล้วทำไมก่อนหน้านี้ตอนที่พบไอ้สารเลวนั่นท่านไม่อ้างชื่อเขาออกมาเลยเล่า มันคงตกใจแทบตายไปเลย ไหนเลยจะกล้าลงไม้ลงมือ”
“ไม่ใช่ความสามารถของตัวเองเสียหน่อย จะให้ข้ายืมชื่อคนอื่นมาก็รู้สึกไม่ถูกต้องนัก” หลินหยาเซียงสั่นศีรษะ
โดยเฉพาะชื่อของเซี่ยหนิวซานนั่น
อวี๋เซียงรู้สึกทอดถอนใจอยู่ภายใน “หากเขาไม่ใช้ข้า ข้าก็ไม่แปลกใจแล้ว”
ตระกูลของนางเองก็ถือเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง เป็นตระกูลใหญ่ที่มีเป็นที่รู้จักของเมืองตงอัน
ที่บ้านเดิมของนาง อย่างว่าแต่อาจารย์ที่จะมาสอนหนังสือและศิลปะการต่อสู้ให้ลูกหลานเลย แค่บ่าวรับใช้เรื่องอาหารการกินก็ยังต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน
ไหนเลยจะเลือกเอาใครก็ได้จากข้างถนนกันเล่า
เมื่อเป็นเ