ค่อนข้างขาวนวล ดวงตาคู่นั้นดูสวยเป็นพิเศษ ดวงตาฉ่ำน้ำราวกับจะหยดออกมาได้…
“ข้าน้อยเป็นคนเมืองตงอัน มาที่นี่เพื่อพึ่งพิงญาติ”
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “มาพึ่งพาญาติ? หาพบแล้วหรือไม่ จะให้ข้าช่วยไหม”
“แค่ก!” เซี่ยผิงกั่งแค่นเสียงออกมาเล็กน้อย “คือว่า เจ้าจะมาเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ถูกต้องไหม เช่นนั้นเจ้าก็ต้องต่อสู้ได้สินะ แม้ว่าน้องชายงี่เง่าของข้าคนนั้นจะอายุยังน้อย แต่ความสามารถของเขาก็ไม่เลว หากเจ้าไม่มีความสามารถ แล้วมาเป็นอาจารย์เขา เจ้าต้องลำบากแน่ เอาอย่างนี้ดีกว่า ข้าทดสอบความสามารถของเจ้าดูก่อน แล้วค่อยดูว่าจะว่าจ้างเจ้าหรือไม่”
เซี่ยผิงกั่งไม่ถูกชะตากับเจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาสักเท่าไรนัก
น้องหญิงของเขาเป็นของรัชทายาทนะ
จะมาทำอ่อนโยนใจดีกับเจ้าหมอนี่ทำไม หรือยังคิดจะมีบ้านอื่นอีก!
ก็ใช่ว่าจะรับไม่ได้ แต่กลางวันแสกๆ แบบนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป พวกเขายังจะรักษาหัวเอาไว้ได้อยู่ไหม
ในบ้านของเขาตอนนี้มี ‘สาย’ ของในวังอยู่มากมายเชียวนะ!
อวี๋เซียงมองชายที่ก้าวร้าวคุกคามผู้นี้แล้วยิ้มเยาะออกมาเล็กน้อย “ก็ได้ แต่ว่า…มือไม้ข้าค่อนข้างหนักนะ คุณชายใหญ่ไปสวมเกราะมาจะดีกว่า”
“…” บ้า!
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าตนเองโดนดูถูก
วัดพละกำลังกันเฉยๆ ยังต้องใส่เกราะ? นี่เขากำลังดูถูกใครกัน
เซี่ยผิงกั่งยืนขึ้น สายตาของเขาสบายๆ แต่คนได้เห็นแล้วรู้สึกสั่นสะท้านในใจก็คือเซี่ยเฉียว ร่างกายอันใหญ่โต