ลังไว้ไม่ทันพอดีก็เลยเตะหนักไปหน่อย…สลบไปเสียแล้ว คือว่า…เจ้าช่วยข้าลากเขาไปส่งที่ศาลาว่าการได้ไหม”
นางมองไปที่หลินหยาเซียงด้วยใบหน้าลำบากใจ
นางไปคนเดียวก็ได้แต่ไม่สะดวก และถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่เจ้าทุกข์
หลินหยาเซียงตกตะลึงจนอึ้งงั้นไป “เจ้าร้ายกาจน่าทึ่งจริงๆ…”
นางยังนึกว่าลูกเตะกลางอากาศเมื่อครู่นี้เป็นนกตัวใหญ่สักตัวพุ่งเข้ามาเสียด้วยซ้ำ!
“เกรงใจเกินไปแล้ว ฝีมือของข้าก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น” นางถ่อมตัวอย่างยิ่ง
“ไม่ทราบว่า…ท่านชื่ออะไรหรือ” หลินหยาเซียงคิดจะขอบคุณ แต่ก็ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร นางครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “หรือว่าท่านก็มาสมัครเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ที่นี่ด้วย”
“อาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้?” คนผู้นั้นตกตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นนางก็เห็นกระดาษสีแดงที่แปะอยู่บนประตูบ้าน
มันเขียนข้อกำหนดบางประการสำหรับอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้เอาไว้
ไม่จำกัดว่าต้องเป็นชายหรือหญิง หลักๆ คือต้องเป็นคนดี ลูกศิษย์เป็นเด็กผู้ชายอายุสิบสาม
“ข้าไม่ได้มาสมัครเป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ ข้าก็แค่ฟังคำพูดของปรมาจารย์ท่านหนึ่งแล้วก็เดินมาที่นี่โดยไม่ได้ตั้งใจเท่านั้น” คนผู้นั้นยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็เอ่ยว่า “แต่เมื่อครู่นี้ไม่ใช่ ตอนนี้ใช่แล้ว! ข้าแซ่อวี๋ ชื่ออวี๋เซียน!”
หลินหยาเซียงยิ้มออกมาทันที
อาจารย์น้อยผู้นี้ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว เขาเป็นคนตรงไปตรงมา และเสียงพูดของเขาก็สะอาดและสดใส ซึ่งทำ