คนโตของพ่อ เจ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่มีความคาดหวังอะไรในตัวเจ้าเลยหรืออย่างไร” หนิงเป่ยอ๋องส่ายศีรษะ “เจ้าเป็นคนเก่งตั้งแต่ยังเล็ก ตอนเด็กๆ พ่อคิดว่าเจ้าคงถูกคนอื่นชมเชยมากเกินไป พอเติบใหญ่ขึ้นมาเมื่อเจ้าได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นก็คงจะไม่เย่อหยิ่งจองหองเช่นนั้นอีก แต่ข้านึกไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง กระทั่งคิดที่จะยกตนเทียมเท่ารัชทายาท ตอนนี้ข้าเองก็รู้สึกเสียใจแล้ว หากรู้อย่างนี้ตอนนั้นข้าคงจะให้เจ้าไปปกครองพื้นที่ ไม่ให้เจ้ามาเมืองหลวงด้วยหรอก”
จ้าวซวีจือที่ได้ยินเช่นนั้นกลับรู้สึกไม่พอใจ “เสด็จพ่อ! ลูกไม่ผิดนี่ เห็นๆ อยู่ว่ารัชทายาทอิจฉาข้า!”
หนิงเป่ยอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากยิ่งขึ้น
เขาส่งเสียงเยาะอย่างเย็นชาออกมาทันที “เด็กโง่ เจ้ามันก็แค่ลูกอนุภรรยาของชินอ๋องคนหนึ่ง! รัชทายาทสูงส่งแค่ไหน เจ้ามีอะไรที่รัชทายาทจะต้องอิจฉาด้วย! เจ้าคิดว่าพ่อไม่รู้จักเจ้าหรือ! เจ้าแค่อาศัยว่าตอนเด็กตนเองมีความละม้ายคล้ายคลึงกับรัชทายาทอยู่บ้าง จึงได้คิดไปว่าตนเองสูงส่งเหมือนรัชทายาท!”
สีหน้าของจ้าวซวีจือดุร้าย
“เจ้ายังจำได้ไหมว่าทำไมเจ้าถึงต้องการเลียนแบบรัชทายาทไปหมดทุกอย่าง!” จู่ๆ หนิงเป่ยอ๋องก็เอ่ยถามขึ้นมา
ไหนเลยจ้าวซวีจือจะสงบจิตสงบใจมาคิดเรื่องนี้ได้
“ตอนที่เจ้ายังเด็กมีคนมาจาบจ้วงล่วงเกินเจ้า บอกว่าถึงเจ้าจะเป็นลูกชายคนโต แต่ก็เป็นแค่ลูกอนุภรรยา ฐานะต่ำต้อย มีดีไปก็เปล่าประโย