งเขา “เจ้าทำอะไรลูกบุญธรรมของข้า”
“ลูกบุญธรรม?” เวินหลันเฉิงอึ้งไปทันที
ไม่ได้สิ? ลูกบุญธรรม…ก็ไม่สามารถ…
มือที่ถือปิ่นหยกของเวินหลันเฉิงสั่นเทาเล็กน้อย จากนั้นร่างกายของเขาก็ผ่อนคลายลง
คุณหนูเซี่ยกลับบ้านแล้ว นางคงจะได้รู้เรื่องนี้และปฏิเสธเขาแล้วแน่นอน
“ท่านลุงเซี่ย ถึงอย่างไรข้าก็เคยเป็นเหมือนลูกสาวของท่านคนหนึ่ง ท่านจะดูถูกข้าอย่างนี้ได้หรือ เมื่อครู่เขาชนข้าโดยไม่ระวัง เสื้อ เสื้อผ้าของข้าจึงถูกเขาดึงจนฉีกขาด! ถึงอย่างไรข้าก็เป็นผู้หญิงนะ อนาคตข้าก็ยังต้องแต่งงานอีก ข้า ข้าจะทำอย่างไรเล่า!” เผยหว่านเย่ว์ร้องห่มร้องไห้
นางดูอ่อนแอราวกับดอกแพร์ที่ต้องฝน
เซี่ยหนิวซานนั้นเกรี้ยวกราดดุร้ายราวกับยมบาลมาเกิด
เมื่อมองทั้งสองเปรียบเทียบกัน เผยหว่านเย่ว์ก็ยิ่งดูน่าสงสาร หลายคนจึงมองดูนางด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ
แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าว่ากล่าวเซี่ยหนิวซาน
เวินหลันเฉิงเป็นคุณชายที่อ่อนแอ ต่อให้เขาจะโกรธแต่ก็ไม่สามารถทำร้ายใครได้ แต่เมื่อใต้เท้าเซี่ยท่านนี้ปรากฎตัวขึ้น เรื่องนี้ก็ต่างออกไปแล้ว
เขาไม่ใช่คนที่พวกเขาจะชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ได้
แม้แต่คนที่เผยหว่านเย่ว์ซื้อตัวเอาไว้แล้วก่อนหน้านี้ก็ยังไม่กล้าเอะอะโวยวายอะไรออกมาในเวลานี้
“ข้าเห็นว่า เจ้าสวมเสื้อผ้าบางขนาดนี้ก็สมควรที่มันจะฉีกขาดแล้ว” เซี่ยหนิวซานจ้องมองตรงๆ “เวินหลันเฉิงไม่ใช่คนที่จะทำอะไรทะเล่อทะล่าแบบนั้น”
เขาดื่มเหล้ากับเวินหลันเ