ยู่ข้างนอก เขาก็เป็นคนที่คนอื่นไม่กล้าหาเรื่องด้วย
“มีวิญญาณจริงๆ หรือ” เดิมทีโจวเว่ยจงคิดว่าปรมาจารย์โม่เพียงล้อเขาเล่นเท่านั้น
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “เทศกาลเชงเม้งมาถึงแล้ว…มีญาติมาหาเจ้าแล้ว”
“…” ทุกคนรู้สึกหนาว
เวลานี้เซี่ยเฉียวเองก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำแล้ว ในฐานะปรมาจารย์ การที่นางสามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จึงเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดา
โจวเว่ยจงคิดเล็กน้อยและรีบแสดงความขอบคุณต่อนาง “หน้าตาเขา…เป็นอย่างไรหรือ”
“เอ่อ…” เซี่ยเฉียวหันไปสบตาวิญญาณตนนั้น หลังจากที่มองเสร็จแล้วนางก็เอ่ยขึ้นอย่างจนใจ “อายุมากกว่าข้า…ดูดีกว่าเซี่ยผิงกั่งเล็กน้อย แต่ก็ยังดูดุร้าย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นโจวเว่ยจงก็รู้ได้ในทันที
“จะต้องเป็นลุงของข้าแน่ๆ…ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เป็นนายพลแห่งกองทัพเรือตงอัน เขาตายไปเมื่อหลายปีก่อน เหลือทิ้งไว้แต่ลูกพี่ลูกน้องของข้าคนหนึ่ง สถานการณ์ในครอบครัวของข้าซับซ้อนจึงไม่อาจดูแลนางได้ ดังนั้นนางจึงอาศัยอยู่กับท่านปู่ท่านย่าของนาง…” โจวเว่ยจงอธิบายจบแล้วก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า “ปรมาจารย์ ไม่ทราบว่าท่านพอจะถามเขาได้ไหมว่า น้องสาวข้าเป็นอะไรหรือ เหตุใดท่านลุงถึงได้มาหาข้าไกลถึงเมืองหลวงเช่นนี้”
ไม่ได้รับความยุติธรรม?
“เขารีบเดินทางมาอย่างยากลำบาก หมดแรงแล้ว พอพูดประโยคนั้นจบก็กลับลงไปทันที” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
“…” โจวเว่ยจงรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
เขาอยู่ตั้งไกลขนาดนี้จะไปช่วยทวงควา