าจะไม่มั่นคง โอกาสที่จะเกิดเหตุได้ก็ย่อมสูงขึ้น”
เวลานี้หลี่ชิงอวี๋ท่าทางราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจกระนั้น
เขาเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อได้ยินเช่นนั้น “หากข้าไม่เป็นลมหมดสติไปก็ไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่ อีกอย่าง เมื่อเขาไม่ไปด้วยจะส่งผลกระทบต่อการเก็บวิญญาณของท่านหรือไม่”
หลังจากที่เกิดเรื่องกับจ้าวซวีจือ เขาในฐานะที่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันจึงไปเยี่ยมเยือนเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าจ้าวซวีจือถูกงูกัดที่คอ เขาก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวเหลือเกิน
นอกจากนี้ เขาก็ยังแอบไปสอบถามจากพวกลูกน้องของจ้าวซวีจือมาแล้วด้วย
คนพวกนั้นบอกว่ามันชั่วร้ายจริงๆ และยังบอกอีกว่าตอนนั้นหากไม่ได้ยันต์ของปรมาจารย์โม่ช่วยไว้ พวกเขาก็คงจะถูกขังอยู่ในวัดนั้นออกมาไม่ได้ และจะต้องถูกงูกัดตายกันหมดแน่!
ฟังไปฟังมาล้วนมีแต่เรื่องน่ากลัว!
แล้วจะไม่ให้เขากลัวได้อย่างไร
กว่าเขาจะเติบใหญ่มาได้อย่างทุกวันนี้ ต้องกินอาหารดีๆ ไปตั้งมากเท่าไรจึงจะมีสุขภาพดีได้เช่นนี้ หากจู่ๆ ก็ต้องตายไป ตระกูลหลี่ก็จะต้องพบกับความสูญเสียมากมาย!
หลี่ชิงอวี๋ยังไม่ทันจะได้ไปเลย ขวัญของเขาก็แทบจะบินแล้ว
“เจ้าจะไม่ไปก็ได้ แต่วิญญาณที่อยู่ที่นั่นซ่อนตัวเก่ง ข้ากลัวว่าข้าจะเก็บมาได้ไม่หมด” แววตาเซี่ยเฉียวชัดเจนแจ่มใส
ราชครูหลี่ผู้เฒ่าถอนหายใจ
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องของตระกูลหลี่ แล้วข้าจะให้ท่านปรมาจารย์ต้องมาลำบากอยู่คนเดียวได้อย่างไร” ราชครูหลี่ผู