ิชา มันที่เดิมที่มีพลังเทียบเท่าขั้นเทวจิต ยังขาดอีกเพียงก้าวเดียวจะบรรลุถึงเทวชนก้าวนี้ต้องพึ่งพาด้วยตัวมันเอง ไม่อาจเร่งรัดได้ และเจียงฉางเชิงก็ไม่สามารถปรุงเม็ดยาเทวชนขึ้นมาได้เช่นกัน
ไม่เพียงแต่ไป๋ฉี ไป๋หลงเองก็ใกล้จะถึงขั้นสัตว์ปีศาจที่เทียบเท่าเทวชนมากขึ้นเรื่อยๆขนาดร่างกายของมันใหญ่เกินจริงขึ้นทุกปี จนทำให้มันต้องอาศัยอยู่กลางเขาเท่านั้น ไม่อาจเข้ามาในลานได้เพราะไม่เช่นนั้นลานทั้งหมดคงถูกมันทำลายราบเป็นหน้ากลอง
พลังวิญญาณของเจียงฉางเชิงยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งทะลวงถึงขั้นที่เจ็ด พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากนักเขาหันกลับอย่างกะทันหัน มองไปยังขอบฟ้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
“ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้วหรือ”เจียงฉางเชิงพึมพำกับตนเอง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเจี้ยนและไป๋ฉีต่างลืมตาขึ้น เจียงเจี้ยนเอ่ยถาม“ใครทนไม่ไหวแล้วขอรับ”
เจียงฉางเชิงกล่าวตอบ“กายาทองคำห้าคน และอีกหนึ่งที่เหนือกว่าขั้นกายาทองคำ”
เมื่อคำนี้หลุดออกมา เจียงเจี้ยนและไป๋ฉีต่างสะท้านใจ ไป๋ฉีถึงกับขนลุกด้วยความหวาดกลัวเหนือกว่าขั้นกายาทองคำหรือ นั่นไม่ใช่ระดับเดียวกับมรรคาจารย์หรือ
เจียงเจี้ยนรีบถามว่า“อีกฝ่ายเทียบกับอาจารย์ปู่แล้วเป็นอย่างไรขอรับ”
เจียงฉางเชิงถอนหายใจ ทำให้หัวใจของเจียงเจี้ยนจมดิ่งถึงขีดสุด แต่ไป๋ฉีกลับผ่อนคลายลงมันคิดว่าเจ้าหมอนนี่ต้องแสร้งทำแน่ๆ หากสู้ไม่ได้จริ