จึงเหมือนตำแหน่งลอยๆ ที่ไม่มีอยู่จริง
เว้นแต่จะมีกรณีที่ต้องมีการพิจารณาคดีร่วมกันทั้งสามฝ่าย มิฉะนั้นก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลย
ความไม่มีอยู่จริงก็มีข้อดีของมันเช่นกัน คือค่อนข้างสบายๆ ถ้าหากอยากจะมีความดีความชอบก็สามารถหาคดีมาตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ที่มีก็คือเวลา
เช่นเดียวกับจ้าวซวีจือในเวลานี้ที่สามารถเดินทางไกลมาร่วมสนุกที่อำเภอสวินนี้ได้
ถ้าหากจ้าวซวีจือสามารถไขคดีหิ่งห้อยได้จริงๆ ก็จะเป็นหน้าเป็นตาให้กับฝ่ายคดีอาญาของสำนักตรวจการ และจะต้องมีการให้ค่าเรื่องความสามารถของเขาออกมาอย่างแน่นอน
เวลานี้จ้าวซวีจือกำลังก้มศีรษะลง ซึ่งดูเหมือนกับว่าเขายอมทำตัวดีๆ
“เวลานี้แล้ว พวกเจ้าจะไปที่วัดนั่น?” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“ใช่” จ้าวซวีจือพยักหน้า
“ไม่เหมาะ ถอยกลับไปเสีย” จ้าวเสวียนจิ่งสรุปทันที “หากอยากทำคดีก็ค่อยไปตอนกลางวัน”
จ้าวซวีจือขบฟันด้วยความไม่พอใจ “ฝ่าบาท คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน กระหม่อมรู้สึกว่า การไปตอนกลางคืนอาจจะช่วยให้เห็นเบาะแสอะไรที่มองไม่เห็นในเวลากลางวันก็ได้”
จ้าวซวีจือนำคนมาด้วยไม่น้อย นอกจากคนจากสำนักตรวจการแล้วก็ยังมีคนจากจวนอ๋องหนิงเป่ยมาด้วยเช่นกัน
“ถอยกลับไป” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งเย็นชาและดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้
ไฟโทสะอัดแน่นอยู่ในอกของจ้าวซวีจือ เขาโกรธจนแทบระเบิด
รัชทายาทสืบไม่พบสิ่งใด แต่กลับมายุ่งวุ่นวายกับเขา!