ชดใช้ความผิดแทนบิดามารดาของเจ้าด้วยการย้ายหลุมฝังศพของผู้เคราะห์ร้ายด้วยตัวเอง” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยด้วยท่าทางเย็นชาไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา
คุณหนูผังหน้าซีดทันที
“ท่านคือ…” ชายชรารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องนี้
“ข้าเป็นเจ้าหน้าที่ของศาลตัดสินคดี” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนายบ่าวทั้งสองก็ไม่กล้าคัดค้านแล้ว
ศาลตัดสินคดีรับผิดชอบดูแลคดีร้ายแรงในทั่วหล้า ซึ่งมีอำนาจยิ่งกว่าศาลาว่าการทั่วๆ ไปมาก
เดิมทีจ้าวเสวียนจิ่งก็ไม่ได้ตั้งใจจะมุ่งเป้าไปที่คุณหนูผังผู้นี้ เพราะถึงอย่างไรนางก็ยังอายุน้อย ตอนนั้นนางน่าจะไม่รู้อะไรเลย แต่ท่าทีของนางไม่เหมาะสม ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีคนถูกฝังทั้งเป็น นางก็ควรที่จะรีบแสดงท่าที่ที่จะย้ายศพพวกเขาออกมาสิ แต่นางกลับมีท่าทางอึกอักลังเล
นางก็เป็นคนใจดำคนหนึ่ง
แม่นางผังผู้นี้ดูท่าทางลำบากใจ “ข้าก็แค่กลัวนิดหน่อย…”
หลายปีที่ผ่านมา นักพรตพวกนั้นต่างก็บอกว่ามีสิ่งเลวร้ายในหลุมฝังศพนี้ นางจึงคิดว่าแค่กำจัดพลังชั่วร้ายก็พอแล้ว ส่วนหลุมฝังศพนี้…นางจะไม่แตะต้อง
แต่เวลานี้นางจะไม่แตะต้องก็ไม่ได้แล้ว
“หลุมศพนี้อย่างไรก็ต้องย้าย ที่ตรงนี้มีพลังหยินและความชื้นมากเกินไป โลงศพใต้ดินก็น่าจะผุพังไปตั้งนานแล้ว การย้ายเอากระดูกข้างในนี้ไปฝังที่เนินเล็กๆ ที่ไหนสักแห่งก็ยังจะดีกว่าฝังไว้ที่นี่” เซี่ยเฉียวเห็นว่าหญิงสาวอายุยังน้อยจึงไม่รังเกียจที