เช่นการส่งข้อความถึงญาติ ในแต่ละวันนางจึงสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้มากมาย
พอถึงตอนบ่ายนางก็กลับไปที่หอส่องชะตา แล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกเดินทางและเตรียมตัวกลับบ้าน
“ปรมาจารย์ๆ!” วิญญาณลอยกลับมาอีกแล้ว “คนขับรถม้าของท่านเปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้ว!”
เซี่ยเฉียวหันไปมองเขา “ฝีมือเซี่ยฉงซาน?”
“ใช่แล้วท่านปรมาจารย์ ตอนที่คนขับรถม้าไปเข้าห้องน้ำก็ถูกเขาทุบตีจนหมดสติแล้วมัดไว้ เขาเปลี่ยนเอาเสื้อผ้าของคนขับรถม้าไปใส่และรอท่านอยู่ในรถม้าโดยอำพรางหน้า” วิญญาณดูตื่นเต้น “จริงสิ วันนี้เขายังไปที่ตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะไปพบหมอเร่ร่อนคนหนึ่งเพื่อซื้อยามาเล็กน้อย ยานั่นไม่ใช่ของดีอย่างแน่นอน!”
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วนางก็ยังเดินออกไปอย่างสงบ
เมื่อนางเดินไปถึงประตูก็เห็นเซี่ยฉงซานจริงๆ แต่เขาก็ปลอมตัวได้ค่อนข้างคล้ายคลึงทีเดียว เพียงแต่เขามีผ้าปิดหน้าไว้ผืนหนึ่งเท่านั้น
“คุณหนูใหญ่ ข้าน้อยเพิ่งจะถูกตัวต่อต่อยเอา…หน้าตาปูดบวมน่ากลัวมาก พอกินยาเข้าไปนิดหน่อย คอข้าก็พังไปแล้ว ดังนั้น…” เซี่ยฉงซานน้ำเสียงแหบแห้ง
ความสูงและขนาดตัวของเซี่ยฉงซานนั้นคล้ายกับคนขับรถม้าของนางมาก
ตอนนี้เขาหน้าลงและจับลูกกระเดือก หากนางไม่คิดมากก็อาจถูกหลอกได้แล้ว
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อย “ไม่เป็นไร”
นางขึ้นรถม้าไป
“เฮ้? ท่านปรมาจารย์! ท่านอาของท่านจะทำร้ายท่านนะ!” วิญญาณร้อนใจก่อนจะรีบลอยตรงไปที่หน้าต่างรถ