ว นางเห็นลูกสาวร้องไห้จนเกิดความสงสาร จึงได้จัดการขายร้านค้าแล้วเอาเงินมาให้นางทั้งหมด
นางเองก็คิดว่า ลูกสาวของนางโตขึ้นแล้ว จึงต้องหัดเรียนรู้การดูแลบ้านบ้าง
แต่นึกไม่ถึงว่าหลังจากที่นางขายร้านค้าไปแล้ว บ้านและที่ดินเป็นชื่อของเผยหว่านเย่ว์ เงินทั้งหมดในบ้านก็ยกให้นางจัดการ ลูกสาวของนางก็เปลี่ยนไปทันที
นางอยากจะกินรังนกบ้างเป็นครั้งคราว ลูกสาวก็บอกว่านางใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
เสื้อผ้าเครื่องประดับที่นางนำติดตัวมาจากบ้านตระกูลเซี่ยด้วยก็ถูกนางเอาออกไปขายจนหมด เหลือไว้เพียงแต่หนึ่งหรือสองชุดเท่านั้น!
เผยหว่านเย่ว์บอกว่านางอายุปูนนี้แล้ว ต่อให้แต่งตัวงดงามแค่ไหนก็คงไม่มีใครอยากจะมอง!
ลูกสาวของนางเคยเป็นเด็กรู้ความและเอาใจใส่ แต่ตอนนี้…
เผยหว่านเย่ว์ทำราวกับว่านางเป็นภาระ บางครั้งก็แสดงออกว่ารังเกียจนาง
ในใจหลูซื่อรู้สึกหนาวเหน็บเหลือเกิน
เวลานี้นางท่าทางห่อเหี่ยวไม่สดชื่น เมื่อเผยหว่านเย่ว์เห็นท่าทางเช่นนั้นนางก็กลับเอ่ยประชดเสียดสี “ท้ายที่สุดแล้ว ท่านแม่นั่นแหละที่ไร้ความสามารถ ท่านแต่งงานกับเขาตั้งนานขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถมีลูกได้ หากท่านมีลูกชาย แล้วท่านจะถูกไล่ออกมาอย่างนี้หรือ”
“ตอนที่ข้ามาเมืองหลวงกับท่าน ท่านพูดกับข้าว่าอย่างไรนะ ท่านบอกว่า เด็กน้อยทั้งสองคนนั้นจะเข้าข้างท่าน แล้วอย่างไรเล่า แม้แต่หยกกราบอาจารย์ชิ้นเดียวเซี่ยผิงไหวนั่นก็ไม่ยอมให้ข้า! ท่านโดนไล่ออกมาตั้งนานขนาดนี้แล้