ี่ทำให้นางหวาดกลัวจากร่างของนักพรตที่อยู่ตรงหน้านางนี้
นางพยักหน้าด้วยความลังเลอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวจึงนำไม้ผุๆ ท่อนนั้นออกจากปากของหลี่ชิงอวี๋ในตอนนั้นเอง
ก่อนจะเอ่ยกับหลี่ชิงอวี๋ “คุณชายหลี่ ท่านพอจะจำผู้หญิงที่ร่ายรำในสวนต้นสาลี่เมื่อราวๆ สองปีที่แล้วได้หรือไม่”
ราชครูผู้เฒ่าตกตะลึงไปทันทีเมื่อได้ยินคำถามของนาง
“สารเลวนั่น!” ราชครูผู้เฒ่าขบกรามแน่นด้วยนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เซี่ยเฉียวหันไปมองเขา “ท่านผู้เฒ่าหลี่ ท่านมีอะไรอยากจะพูดหรือ”
“เมื่อประมาณปีกว่าๆ ก่อนหน้านี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในจวน นางน่าจะมีอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี ร่ายรำได้ดีไม่เลวเลย หลานชายจากบ้านสี่ของข้ามอบเงินให้ไปสองร้อยตำลึงเพราะอยากได้นางมาเป็นอนุ พอหัวหน้าคณะเห็นเงินก็ลงชื่อในหนังสือรับอนุภรรยา” ราชครูเองก็รู้สึกละอายใจเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ “เดิมทีข้าคิดว่าเป็นความเต็มใจทั้งสองฝ่าย แต่นึกไม่ถึงเลยว่า แม่นางคนนั้นจะมีนิสัยเด็ดขาด นางฆ่าตัวตายในคืนที่รับอนุนั่นเอง”
หลังกจากเกิดเรื่อง เขารู้สึกผิดจึงได้สอบถามถึงชาติกำเนิดของเด็กสาว
เขาจึงได้รู้ว่านางเป็นเด็กกำพร้า นอกจากหัวหน้าคณะแล้วก็ไม่มีญาติมิตรที่ไหนอีก เช่นนี้แล้ว ต่อให้เขาคิดที่จะชดเชยให้นางก็ทำไม่ได้
เขาจึงได้ทำลายหนังสือรับอนุภรรยานั้นเสีย และฝังร่างนางอย่างถูกต้องเหมาะสม
เขายังจำได้ว่า ตอนนั้นแม่นางคนนั้นสวมเสื้อคลุมขนนก มีดที่ไม่รู้ที่