กพวกเขาจับพู่กันอยู่เสมอ ลักษณะมือของพวกเขาจึงเปลี่ยนไปอยู่บ้าง”
“ดังนั้นที่ข้าสงสัยในตัวตนของเขาก็มีเหตุผล” เซี่ยเฉียวพยักหน้า
ถึงอย่างไรพี่ชายใหญ่ของนางก็เป็นคนของศาลตัดสินคดี เขาก็ถือว่ายังมีสมองอยู่บ้าง
“การใส่ร้ายป้ายสีผู้เข้าสอบคนหนึ่ง โดยเฉพาะก่อนหน้าที่จะมีการสอบ ความผิดนี้ก็ไม่เล็ก” สีหน้าเซี่ยผิงกั่งเคร่งขรึม
“ข้าจึงได้บอกว่านี่คือโอกาส” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวเบาลงเล็กน้อย
เซี่ยผิงกั่งพบว่า น้องสาวของเขาอารมณ์แปรปรวนมาก
ตอนที่เซี่ยเฉียววิเคราะห์เรื่องราวทั้งหมดเมื่อครู่นี้ นางเหมือนกับเม่นที่ขนตั้งขึ้นไปหมดทั้งตัว มีประกายในดวงตาเล็กน้อย ปล่อยพลังอันน่ากลัวออกมา แต่เวลานี้นางราวกับกลายเป็นกระต่ายขนปุยในชั่วพริบตา ดูไม่มีอันตรายอย่างยิ่ง
“ข้าคิดดูก่อน” เซี่ยผิงกั่งลังเลเล็กน้อย
“เร็วหน่อย! คนข้างล่างยังรอท่านอยู่นะ” เซี่ยเฉียวใช้คำพูดเดียวกับเซี่ยผิงกั่งก่อนหน้านี้
เซี่ยผิงกั่งกำหมัดแน่น เกือบจะพลาดแล้ว
เขาพยายามอย่างหนักที่จะนึกถึงตอนที่เขาพบเจอคนที่อยู่ข้างล่างสองสามครั้งก่อนหน้านี้ และนึกย้อนดูว่ามีอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่
ยิ่งคิดสีหน้าของเขาก็ยิ่งเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ
เขาลุกขึ้นยืนและคิดจะลงไปชั้นล่างในท้ายที่สุด
เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้ชายคนนั้นขึ้นทุกขณะ เมื่อถึงตัวชายคนนั้น เซี่ยผิงกั่งก็วางมือลงบนไหล่ของเขา จากนั้นก็ล้วงแส้อ่อนเส้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วรัดคอเขาก่อนจะลาก