นต้องให้เซี่ยเฉียวส่งลงไปปรโลกก็ได้
หลังจากกล่าวอำลาวิญญาณตนนี้แล้ว เซี่ยเฉียวก็เอ่ยกับสาวใช้ในจวนอ๋องว่า “ในจวนของพวกเจ้ามีคนชื่อจื่อจู๋ หรือไม่”
สาวใช้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นใจกล้ามาก ทั้งยังเคารพนางในฐานะปรมาจารย์อย่างยิ่งด้วย นางรีบบอกว่า “จื่อจู๋? ดูเหมือน…ข้าจะเคยได้ยินท่านแม่พูดถึงมาก่อน…โอ้ ข้านึกออกแล้ว จื่อจู๋ดูเหมือนจะเป็นสาวใช้ข้างกายที่ติดตามพระชายามาตั้งแต่ตอนแต่งงาน พระชายาชอบนางมาก บอกว่านางทำผมได้สวยที่สุด เพียงแต่ท่านป้าจื่อจู๋เสียไปตั้งนานแล้ว…”
สาวใช้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วดีดนิ้ว “น่าจะไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีแล้วกระมัง ส่วนรายละเอียดข้าก็ไม่รู้แน่ชัด”
“ตอนที่จื่อจู๋ยังมีชีวิตอยู่นางอาศัยอยู่ที่ไหน เจ้าพาข้าไปดูหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยอีก
สาวใช้คนนี้รู้เรื่องนี้
เนื่องจากจื่อจู๋ผู้นั้นมีความพิเศษมาก
ว่ากันว่านางเติบโตขึ้นมาด้วยกันกับพระชายา ต่อมาก็ติดตามมาด้วยตอนที่แต่งงาน พระชายาดีกับนางมาก ห้องที่มอบให้นางอยู่ยังมีลานเล็กๆ แยกต่างหาก หลังจากที่นางป่วยและจากไป ห้องนั้นก็ยังคงว่างเปล่ามาตลอด
เนื่องจากพระชายาบอกว่านางสามารถพาปรมาจารย์ไปเดินเล่นรอบๆ ได้ตามใจ ดังนั้นนางจึงพาเซี่ยเฉียวตรงไปยังที่อยู่เดิมของจื่อจู๋ทันที
เมื่อเซี่ยเฉียวผลักประตูเปิดและเข้าไป ฝุ่นก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของนาง นางจึงต้องปิดหน้าและถอยหลังกลับทันที
หลังจากที่ฝุ่นจางลงแล้ว นางก็เห็นใยแมงมุมจำนวนมาก