เขายังมีชีวิตก็เป็นคนขี้ขลาด และเมื่อเขาตายไปแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้อีกเหมือนเดิม
มีเพียงปรมาจารย์คนนี้ที่เก็บวิญญาณเขามา และทำให้เขาได้มีที่อยู่
ไม่ต้องเจ็บปวดทนทุกข์ขนาดนั้น
พ่อบ้านฝูหมั่นออกมาต้อนรับเซี่ยเฉียว และเชิญนางเข้าไปข้างในด้วยตนเอง
“ปรมาจารย์โม่ พระชายาของเราทราบว่าท่านจะมาจึงได้รออยู่ที่ห้องโถง วันนี้องค์ชายน้อยก็มีชีวิตชีวามากขึ้น ท่านมาพอดีจะได้ช่วยตรวจดูว่ารอบๆ องค์ชายน้อยของเรามีอะไรผิดปกติหรือไม่…”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าน้อยๆ
ขณะที่นางเดินเข้าไปในห้องโถง พระชายาก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับนางอย่างกระตือรือร้น
“ไม่เห็นเพียงไม่กี่วัน ปรมาจารย์ยิ่งดูมีความเป็นเซียนมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกแล้ว” พระชายาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุณา
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “พระชายาเองก็มีชีวิตชีวามากขึ้นเช่นกัน”
พระชายาผู้ชรามีอายุหกสิบปีแล้ว ตอนที่พบกันก่อนหน้านี้นางดูเหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง และเห็นได้ชัดว่าแก่ชราลงไปมาก แต่ตอนนี้นางดูไม่เหมือนเดิมแล้ว นางดูมีพลัง ริ้วรอยบนใบหน้าก็กูลดน้อยลงไปมาก ดูเหมือนคนที่อายุสี่สิบห้าสิบปีเท่านั้น
“โชคดีที่ได้ท่านช่วยชีวิตลูกชายของข้าไว้ ไม่เช่นนั้นตอนนี้ข้าก็คงจะติดตามเขาไปด้วยกันแล้ว” พระชายาถอนหายใจเล็กน้อย “ปรมาจารย์มาที่นี่เป็นพิเศษในวันนี้เป็นเพราะลูกชายของข้ามีปัญหาอะไรหรือไม่”
พระชายารู้สึกประหม่าเล็กน้อย
เมื่อนั้นเซี่ยเฉียวจึงได้มององค์ชายน้อย
ส่วนองค์ชายน้อยก