ตัวเล็กๆ คนหนึ่งซวีจือก็ยังเทียบไม่ได้ ต่อไปข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปวาดภาพต่อหน้าฮ่องเต้ได้อีก” จ้าวซวีจือพูดก็รู้สึกว่าคำพูดของตนเองไม่เหมาะสม จึงได้หันไปเอ่ยกับเซี่ยเฉียว “ภาพวาดของแม่นางเซี่ยจะต้องดีมากแน่ๆ เพียงแต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งคงจะไม่ค่อยได้สัมผัสป่าดงพงไพรเท่าไรนัก ย่อมมีข้อบกพร่องบางประการ ข้าเชื่อว่าหากให้วาดภาพดอกไม้และนก สิ่งที่แม่นางเซี่ยวาดออกมาจะต้องมีชีวิตชีวาและสมจริงเช่นกัน”
เซี่ยเฉียวไม่ได้แสดงสีหน้าเช่นไรออกมา
นางไม่ชอบฟังคำโกหกพวกนี้
รัชทายาทหัวเราะออกมาเล็กน้อย “เอาล่ะ ในเมื่อซวีจือมีความมั่นใจเช่นนี้ก็ไปเชิญเซียวอวี้หรงมาเถอะ!”
แม้จ้าวซวีจือจะคิดว่าเซียวอวี้หรงคงจะต้องเข้าข้างรัชทายาทเป็นแน่ แต่หากระดับของทั้งสองต่างกันมากๆ จริงๆ ต่อให้เป็นเซียวอวี้หรงก็คงไม่กล้าพูดจาเหลวไหลได้อย่างเต็มปากเต็มคำ กลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำได้หรอกกระมัง
เขาจึงตอบรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
ผ่านไปไม่นานนัก ภาพวาดก็แห้งสนิท เซียวอวี้หรงก็มาถึงแล้วเช่นกัน
เซียวอวี้หรงสวมใส่ชุดขาวทั้งตัว เขาดูเหมือนบัณฑิตอ่อนแอคนหนึ่งเมื่อมองแวบแรก
เขาเหลือบมองรัชทายาทอย่างจนใจ “ฝ่าบาท ข้ายังแก้หมากตานั้นไม่ได้เลย…”
“หลังจากเสร็จเรื่องนี้ ข้าจะไปเล่นกับเจ้าสามรอบ ไม่มากไปกว่านี้” รัชทายาทเอ่ยอย่างใจกว้าง
เซียวอวี้หรงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาเล็กน้อย และยืดตัวตรงขึ้น “ได้ เอามานี่ ข้า