วกนางรู้สึกประหม่า
และตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ถูก
รัชทายาทนั้นเจิดจรัสดั่งดวงจันทร์ที่ไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้
แต่จ้าวซวีจือคนนี้ก็ไม่ได้แย่ งดงามดั่งดวงดาราให้อารมณ์ที่แตกต่างออกไป
รัชทายาทนั่งอยู่ที่นั่น ท่าทางอันเหมาะสมและสงบนิ่งของเขาทำให้คนรู้สึกสบายใจ และให้บรรยากาศที่สง่างามมากกว่าจ้าวซวีจือเล็กน้อย
สายตาของเขาเย็นชาและไม่แยแสสนใจเมื่อเหลือบมองพวกนางในบางครั้ง ดูไม่มีความรู้สึกล่วงเกินเลยใดๆ ส่วนจ้าวซวีจือ…
คำพูดที่เขาพูดกับพวกนางก่อนหน้านี้ฟังดูใจร้อนเล็กน้อย ถึงแม้ว่าพวกนางจะรู้สึกหวั่นไหว แต่พวกนางก็เป็นกุลสตรีที่รู้มารยาท และพวกนางก็รู้ว่าคนที่เป็นอาจารย์ไม่ควรจะขาดความมั่นคงขนาดนั้น
“เจ้ากับข้ามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน หากพูดกันต่อไปก็จะเป็นที่ขบขันไปเปล่าๆ ในเมื่อเจ้าเชี่ยวชาญภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาแม่น้ำ เช่นนั้นก็เลือกศิษย์หญิงใครก็ได้สักคนออกมา แล้วให้ทั้งสองวาดรูปต่อหน้าทุกคน แล้วเชิญเซียวอวี้หรงมาให้คะแนน หากเจ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องยอมจากไปเสียแต่โดยดี ตกลงไหม” รัชทายาทท้าทาย
จ้าวซวีจือพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งที “ได้”
“เอาล่ะ…จะเลือกใครดีล่ะ” รัชทายาทกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม