ระยะห่างจากสำนักศึกษาฝั่งผู้ชาย ดังนั้นการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายจึงต้องอาศัยฟังคำบอกเล่าของคนอื่นเท่านั้น
“เดิมดีข้าคิดว่า หากเขามาเป็นอาจารย์ของพวกเราได้ก็คงดี แต่ตอนนี้…” ฉินหลิวรีบประสานมือทั้งสองเข้าหากันทันที “ขอสวรรค์คุ้มครองข้า ข้ายังคงชอบอาจารย์ผู้ชราที่มีหนวดเคราเหมือนเมื่อก่อน”
เซี่ยเฉียวยิ้ม
“เขาเพิ่งมาที่สำนักศึกษาและยังเป็นผู้ชายอีกด้วย ก็ควรที่จะเริ่มสอนที่เรือนไห่ถังฝั่งผู้ชายก่อน แล้วค่อยไต่ระดับขึ้นตามความสามารถของเขาสิไม่ใช่หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ย
หลังจากที่สิ้นเสียงพูดของนางก็มีหญิงสาวคนหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น นางพยายามสุดความสามารถที่จะระงับอารมณ์ของตนเอง ก่อนจะกระซิบอย่างเขินอาย “จ้าวซวีจือจะมาเป็นอาจารย์ของเรือนคงกู่ของเรา!”
“…” เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงง
กลัวอะไรก็ได้อย่างนั้นจริงๆ
แต่วัยและสถานะของจ้าวซวีจือไม่เหมาะกับฝั่งศิษย์หญิง เหตุใดถึง…
“ช่วงบ่ายพวกเรามีคาบเรียนประดิษฐ์อักษรวาดภาพหรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ไม่มีหรอก แต่อาจารย์คนใหม่จะต้องมาทักทายพวกเราสักหน่อยก่อน และอีกไม่นานพวกเราก็จะได้เห็นเขาแน่นอน” ความรู้สึกประหลาดใจของฉินหลิวหายวับไปแล้ว
แค่แนะนำตัว?
เซี่ยเฉียวไม่กลัวหรอก นางถามตัวเองว่า…ใบหน้าของโม่ชูเซิงไร้ที่ติ เว้นแต่เขาจะมีดวงตาวิเศษเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้วต่อให้บิดาแท้ๆ ของนางเองมาอยู่ตรงหน้าก็คงจะจำนางไม่