ยผิงกั่งเพื่อเข้าหารัชทายาท!” จ้าวซวีจือแสดงจุดยืนของตนเอง
“ข้าเชื่อแล้ว ว่าเจ้าไม่ต้องการที่จะเข้าหารัชทายาท ถึงอย่างไร…” หนิงเป่ยอ๋องมองเขาอย่างลึกซึ้ง “เจ้าเย่อหยิ่งจองหองมาตั้งแต่ยังเด็ก และคอยเปรียบเทียบตัวเองกับรัชทายาทไปเสียทุกเรื่อง เจ้าจะยอมก้มหัวได้อย่างไร แต่รัชทายาทมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเซี่ยนั้นเป็นเรื่องจริงที่ใครๆ ก็รู้ เจ้าไปหาเรื่องตระกูลเซี่ยโดยเปล่าประโยชน์อย่างนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่”
จ้าวซวีจือได้ยินเช่นนั้นก็ใจสั่นสะท้าน
“เซี่ยผิงกั่งคนนี้มีความสามารถมาก ลูกจะชื่นชมเขาแม้จะไม่เคยพบหน้ากันไม่ได้หรือ” จ้าวซวีจือยังคงปากแข็ง
ใบหน้าของหนิงเป่ยอ๋องแฝงแววเสียดสี
“ในเมืองหลวงแห่งนี้ คนที่คิดจะผูกมิตรกับตระกูลเซี่ย…เจ้าลองออกไปถามดูว่าจะมีสักกี่ตระกูล เซี่ยผิงกั่งนั่นได้ชื่อว่าดุร้ายโหดเหี้ยม เขาไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ส่วนเจ้าเป็นพวกเก็บตัวยับยั้งชั่งใจอยู่เสมอ เขาหรือจะชื่นชมเจ้า?” หนิงเป่ยอ๋องเอ่ย
จ้าวซวีจือนิ่งคิดเล็กน้อย
“ไม่ต้องพูดว่าความคิดของเจ้าเกี่ยวกับเซี่ยผิงกั่งนั้นจริงหรือเท็จ แค่เรื่องส่งผู้หญิงไปก็ไม่ได้มีความเป็นข้าเลยสักนิด! เจ้าจะหยามคนอื่นหรือจะหยามตัวเองกันแน่ ยิ่งไปกว่านั้น เซี่ยผิงกั่งนั้นได้สาวงามสองคนนั้นไปแล้ว ยังเอาไปมอบต่อให้กับรัชทายาท เจ้าลองเดาสิว่ารัชทายาทว่าอย่างไร!”
“รัชทายาท?!” จ้าวซวีจือตกใจทันที
คนสองคนที่เขาส่งไป ถูกส่งต่อไปให้รัช