ิดใหม่เสียดีๆ จะอยู่บนโลกนี้เพื่อทำร้ายคนอื่นไปทำไม!” เซี่ยเฉียวเอ่ยด้วยความโกรธ
“เจ้ามาตีกลองกลมๆ นี่สิ”
“เสียงดังตึงๆ ตึงๆ”
“ในหัวก็ว่างเปล่าทันที”
“ในท้องมีฟางแห้ง”
“พ่อแม่จ๋าหยิบขวานขึ้นมา ดอกไม้สีแดงเบ่งบานแล้ว”
“…”
เสียงแปลกๆ ดังขึ้นในหูของเซี่ยเฉียว
ทั้งร้องทั้งเต้นไม่หยุด ไม่นานนักศีรษะทั้งหมดเจ็ดแปดหัวนั้นก็กลิ้งเข้ามาหาเซี่ยเฉียว มันเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาที่อยู่บนนั้นก็เบิกกว้าง
เซี่ยเฉียวขนลุกซู่ไปหมด
“ไท่ชางเหล่าจวิน ตอบสนองไม่หยุด ขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ปกป้องชีวิตคุ้มภัยให้ข้า สามวิญญาณยืนยง จิตไม่ดับสูญ! รับบัญชาทันที!” เซี่ยเฉียวหยิบยันต์สีเหลืองออกมาและสะบัดมันออกไปทันที
ทันใดนั้นเสียงเพลงแปลกๆ ก็เบาลงมาก
ต่อมาเซี่ยเฉียวจึงต่อสู้กับศีรษะเหล่านั้น
พวกหนิงเป่ยอ๋องมองไม่เห็นวิญญาณพวกนั้น เวลานี้พวกเขาจึงเห็นแค่ว่าเซี่ยเฉียวที่ถือกระบี่เหรียญทองแดงอยู่ในมือสะบัดยันต์สีเหลืองออกไปแผ่นแล้วแผ่นเล่า ยันต์เหล่านั้นก็จะลุกเป็นไฟในทันที เกิดเสียงดังรอบๆ ไม่หยุด
แม้จะดูน่ากลัวมาก แต่…ดูเหมือนว่ายันต์ของนางจะร้ายกาจกว่ายันต์เมื่อครู่นี้
หยวนฉังจื่อมองค่ายกลเจ็ดดาวใต้เท้านางด้วยใจสั่นสะท้าน
ปรมาจารย์โม่ผู้นี้…ไม่ลนลานในเวลาคับขัน นางมีความสามารถอย่างแท้จริง
คนภายนอกดูเอาสนุก แต่คนในวงการดูวิถีเต๋า
วิชากระบี่ของปรมาจารย์นั้นสมบูรณ์แบบ ทุกย่างก้าวของนางมีแบบแผนสร้างค่ายกล ด้วยวิธีนี้