าจะป่วยได้ไปสัมผัสหรือพบเจออะไรบ้างหรือไม่”
“พวกเราออกเดินทางเมื่อเดือนเก้าปีที่แล้ว ระหว่างการเดินทางประมาณเดือนสิบก็พบเข้ากับลมหนาว เสื้อผ้าอาหารการกินของลูกชายจะมีแม่นมเป็นคนคอยดูแล ซึ่งข้าให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก แม้จะเป็นของขวัญที่คนอื่นมอบให้มาก็ต้องให้ท่านหมอตรวจดูก่อนจะให้ลูกชายของข้าใช้ ดังนั้น…จึงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็หนักใจเล็กน้อย
วิญญาณแค้นบางส่วนเปิดเผยจะหาตัวง่ายมาก
บางส่วนก็จะซ่อนอยู่ภายในสิ่งของต่างๆ ซึ่งปกติจะมองไม่เห็นว่ามีอะไรพิเศษออกไป อย่างมาก็จะมีพลังหยินรุนแรงขึ้นมาหน่อยเท่านั้น
แต่สิ่งของที่มีพลังหยินรุนแรงบนโลกไปนี้ก็มีไม่น้อย
ขณะที่เซี่ยเฉียวกำลังครุ่นคิดสายตาของนางก็ไปหยุดอยู่ที่มุ้งหลังนั้น
มุ้งหลังนี้เป็นของใหม่ ตะขอทองแดงที่อยู่บนนั้นก็ดูไม่ได้เก่าแก่แต่อย่างใด แต่เซี่ยเฉียวกลับรู้สึกว่ากลิ่นอายของมันผิดปกติ นางจึงได้ชี้ไปแล้วเอ่ย “นำตะขอนั่นลงมาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่”
หนิงเป่ยอ๋องงุนงงแต่เขาก็ยังสั่งให้สาวใช้นำมันลงมาให้นาง
เมื่อเซี่ยเฉียวสัมผัสลูบมันแล้วก็ต้องถอนหายใจ “ของนี่…เป็นของเก่า น่าจะเป็นของที่ขุดขึ้นมาจากดิน แม้ว่าจะทำใหม่แล้วแต่ก็ยังมีพลังไม่ดีแฝงมาด้วย องค์ชายน้อยอายุยังน้อยทั้งยังป่วยอยู่เช่นนี้ อย่าให้เขาใช้เลยจะดีกว่า” เซี่ยเฉียววางของเอาไว้ข้างตัว
“ในดิน!?” พระชายาอุทานด้วยความตกใจ
โงนเงนจนแทบล้ม
นางเ