้งแต่เล็กจนโตเช่นเดียวกัน ในใจพวกเขาวังเฉินคือคนในครอบครัวคนหนึ่ง
พ่อลูกยืนอยู่หน้าสุสานอย่างเงียบงันเนิ่นนาน ตอนนั้นเองเจียงจื่ออก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ช้าเร็วเราย่อมต้องตาย แต่เราหวังว่าต้าจิ่งจะแข็งแกร่งรุ่งเรืองสืบต่อไปชั่วกาลนาน ตราบใดที่ต้าจิ่งยังอยู่ ปณิธานของเราก็ยังอยู่”
เจียงซิ่วหันไปมองเขา ในใจเข้าใจดีว่าเขาคิดจะพูดสิ่งใด
เจียงจื่ออสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยว่า
“ไม่รู้ว่าเราจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปี วันใดเจ้าขึ้นครองบัลลังก์โอรสสวรรค์ หวังว่าเจ้าจะไม่เหมือนอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนที่รู้จักแต่เสพสุขสำราญ”
หากไม่เห็นว่าเจียงอวี่เป็นเสด็จพ่อในนามของตน เจียงจื่ออแทบไม่อยากจะมอบสมัญญานามเหวินให้เจียงอวี่เสียด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่าอย่างไรในยุคสมัยที่เจียงอวี่ครองราชย์ ต้าจิ่งก็พลิกวิกฤตได้จริงๆ
หากไม่ยอมรับความดีความชอบประการนี้ ชนรุ่นหลังจะต้องพูดว่าตระกูลเจียงบุตรชอบเข่นฆ่าบิดา พี่น้องชอบสังหารกันอย่างแน่นอน
เจียงซิ่วกัดฟันตอบว่า “ลูกจะสืบต่อปณิธานของเสด็จพ่อให้จงได้พะยะค่ะ”
ปีเฉียนอู่ที่สามสิบแปด ฮวงชวนเดินทางไปถึงแนวหน้าที่ดินแดนตงหลินแล้วส่งข่าวกลับมาที่รัฐจิ่ง
แต่ยังสืบเสาะไม่พบว่าต้าฮวงมีขั้นกายาทองคำหรือไม่
ต้าฮวงแตกต่างกับต้าจิ่ง พวกเขากลายเป็นราชวงศ์แห่งโชคชะตาตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อนแล้ว
แม้จะตกต่ำลง แต่วิถียุทธ์ยังรุ่งเรืองอยู่ ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายล้วนรู้จักขั้นกายาทองคำ
ปรากฏ