“ข้าว่านางคงคิดว่าท่านไม่กล้าไปที่นั่น!” เซี่ยหมั่งซานกัดฟันกรอด “ท่านแม่ ท่านเป็นผู้อาวุโส ท่านก็ไปอยู่ที่นั่นเถอะ หากนางกล้าทำอะไรท่านก็ค่อยใช้คำว่า ‘ความกตัญญู’ มาข่มนาง!”
“เจ้าพูดถูก นังหนูนั่นอย่างมากก็แค่พูดจาอะไรเพื่อให้ตัวเองสะใจเท่านั้น นางคงไม่กล้าทำอะไรท่านหรอก พอท่านเข้าไปอยู่ที่นั่นแล้ว พวกเราสองพี่น้องก็จะมีเหตุผลที่จะไปเยี่ยมท่านได้แล้ว หากเห็นว่าท่านผอมลงหรือถูกรังแกก็ค่อยไปฟ้องทางการ!” เซี่ยฉงซานเอ่ย
หากไม่ไป…
ต่อไปก็คงจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรอีก
หลายปีมานี้พวกเขาเคยชินกับการที่มีเซี่ยหนิวซานคอยออกเงินเลี้ยงดูครอบครัว แต่ปีใหม่ปีนี้เขากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จนทำให้การเงินของพวกเขาฝืดเคือง
ไม่ว่าการกินข้าวนอกบ้านหรือส่งของขวัญ มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่ต้องใช้เงิน
เรื่องของเด็กๆ ที่บ้านก็ยังต้องหาทางออก ถึงอย่างไรก็ต้องใช้เงินถางทาง
“แต่ข้ารู้สึกว่านังหนูนั่นแปลกมาก เจ้าดูสิตอนที่นางมาที่บ้านเราคราวก่อน ของในบ้านแทบจะถูกนางปล้นไปหมดแล้ว ข้าไปที่นั่นคนเดียว…รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ” เมื่อหญิงชรามีอายุมากขึ้นก็ใจกล้าน้อยลงมากเช่นกัน
“ผิงกั่งก็ควรจะแต่งงานได้แล้วสินะ” เซี่ยหมั่งซานเอ่ย “ได้ยินมาว่าตอนนี้เด็กนั่นเป็นถึงขุนนางขั้นหกเชียวนะ…”
นายหญิงผู้เฒ่าถอนหายใจ “ทำไมตำแหน่งขุนนางดีๆ เช่นนี้จึงไม่ใช่ของหลานชายคนโตของข้าเล่า”
เชื้อสายที่กำเนิดแต่นางโจรแซ่เผิงเช่นนั้นไม่ว่าจะมอ