็กกลับมาสั่งสอนเองแต่กลับกลายเป็นว่าชีวิตน้อยๆ ของเขาก็จะแทบไม่มีแล้ว
ภายในใจนี้ไม่รู้ว่ารู้สึกผิดมากมายแค่ไหน
“ท่านอย่าได้พูดอย่างนั้น ข้าเห็นเขาอยู่กับท่านไม่กี่วันมานี้เขาโตขึ้นกว่าเมื่อก่อนจริงๆ หากต่อไปท่านไม่กล้าสั่งสอนเขาแล้วก็ไม่สู้ปล่อยให้เขานอนอยู่ก้นหลุมนั้นอย่าได้ออกมาเลยดีกว่า” คำพูดของเซี่ยเฉียวค่อยข้างร้ายกาจ
หลังจากที่ชายชราได้ยินก็ขมวดคิ้วและมองดูนาง
“ข้าเองก็เพิ่งมาเมืองหลวงได้ไม่กี่เดือน พอมาถึงบ้านก็เพิ่งจะได้รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ไม่ได้เรียนรู้ทักษะอะไรเลย สิบกว่าขวบก็ไปหอโคมเขียวแล้วถูกแม่เล้าโยนออกมา ในเมืองหลวงก็มีเด็กบางคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่มีชื่อเสียงและสามารถสอบวัดความสามารถได้แล้ว แต่เขาแม้แต่หนังสือขั้นเตรียมพื้นฐานก็ยังรู้ไม่หมด ข้าหาอาจารย์มาให้เขาคนหนึ่ง ต่อหน้าเขาก็แสดงออกว่าเชื่อฟังดี แต่ลับหลังมักพูดจาหยาบคายไม่เคารพอาจารย์ หากยังไม่ดัดนิสัยเขา พอเขาปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาแล้วก็เกรงว่าจะปกครองอะไรไม่ได้อีก ต่อไปหากเขาจะกลายเป็นตัวหายนะก็ไม่สู้ปล่อยให้เขาตายไปตอนนี้เลยดีกว่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยจริงจัง
หอโคมเขียว?!
ผู้เฒ่าหลินเองก็ตกใจเช่นกัน
ส่วนเซี่ยเฉียวก็เอนพิงประตูเมื่อพูดจบ
เมื่อผู้เฒ่าหลินเห็นใบหน้าซีดขาวของนางก็คิดว่า แม้คำพูดของเด็กสาวคนนี้จะเข้มงวด แต่ในใจนางก็ต้องเป็นห่วงเด็กคนนั้นแน่
“ร่างกายของเจ้าอ่อนแอ อย่าได้กังวลใจไป” ผู้เฒ่าหลินรีบเอ่ย