้…
หนวกหูไปหน่อย
“ข้ากับท่านแม่ก็มีที่ดินนะ แต่ที่ดินตรงนั้นถูกทิ้งร้างมาหลายปีแล้ว หากเจ้าทำความปรารถนาของข้าให้สำเร็จได้ ที่ดินตรงนั้นข้ายกให้เจ้าเลยดีหรือไม่” วิญญาณตนนี้รู้ความไม่น้อย
อย่างไรก็ตามเซี่ยเฉียวมีความรู้สึกว่า ความปรารถนาของหญิงสาวคนนี้คงไม่ใช่เรื่องอะไรที่ง่ายๆ
“ข้าเองก็ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว ตอนนี้…ข้าก็ไม่รู้ว่าต้องการทำอะไร เพียงแต่ยังไม่อยากจากไป ข้าตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเลย ทั้งยังตายอย่างน่าอนาถเช่นนั้น ข้าน่าสงสารจริงๆ” วิญญาณตนนี้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางน่าสงสาร
“แล้วอย่างไร” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้รีบร้อน
“ข้าอยากอยู่ต่ออีกหน่อย หลายปีมานี้ข้าถูกขังอยู่แต่ในบ้านตระกูลโจว…ตั้งแต่ข้าเป็นสาวน้อยอายุสิบกว่าปีจนกลายเป็นหญิงชราไปแล้ว…” วิญญาณเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวมองวิญญาณตนนี้แล้วรู้สึกจนใจอยู่บ้าง
หน้าตาของนางไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
“ขอ…แค่ข้าติดตามเจ้าก็พอแล้ว ข้าไม่พูดมากและจะไม่แตะต้องเจ้าด้วย พอข้าได้รู้ได้เห็นอะไรมากพอแล้วข้าก็จะไป” วิญญาณเอ่ยอีก
เดิมทีเซี่ยเฉียวยังคิดว่าวิญญาณตนนี้อาจจะสร้างปัญหาให้นาง นางอาจจะอยากแต่งงานอะไรทำนองนั้น แต่นึกไม่ถึงว่านางเพียงแค่อยากจะเตร่ไปเตร่มาเพียงเท่านั้น
“ได้สิ เจ้าสามารถอยู่ประจำที่หอส่องชะตานี้ได้ ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่พอดี หลายคนจะวางเครื่องเซ่นบางอย่าง เจ้าก็กินได้นะ” เซียวเฉียวเอ่ย
วิญญาณหญิงสาวพอใจอย่า