ข้าไปข้างในได้ คนที่อยู่ข้างนอกก็ออกมาไม่ได้ หลังจากที่ข้าปราบวิญญาณแค้นได้แล้วจึงไม่เป็นอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยอธิบายออกมาอีกประโยค
เซี่ยผิงกั่งเองก็นั่งลงแล้วเช่นกัน
อึกๆ เขาดื่มชาลงไปมากมาย
หลังจากดื่มน้ำชาหมดไปหนึ่งกาเขาก็ดูเหมือนจะสงบใจลงได้แล้ว “ตอนที่เจ้าส่งจดหมายมา เจ้าบอกว่าโม่หลิงจือเป็นผู้วิเศษไม่ใช่หรือ เขาก็แก้ปัญหานี้ให้เจ้าไม่ได้?”
“เป็นมาตั้งแต่เกิด รักษาไม่ได้หรอก” เซี่ยเฉียวส่ายหน้าและยอมรับในโชคชะตา “เนื่องจากข้ามองเห็นพวกเขาจึงได้รับผลกระทบจากพวกเขาอยู่บ่อยๆ พวกเขามักจะมาขอความช่วยเหลือจากข้าให้ทำอะไรบางอย่างให้ ครั้งนี้ก็เป็นวิญญาณขององค์หญิงซิงโม่ นางให้ข้าพานางกลับบ้านจึงได้ไปพัวพันกับโครงกระดูกเก่าพวกนั้นในบ้านตระกูลโจวเข้า…”
“ร่างกายของข้าอ่อนแอขนาดนี้มีสาเหตุมาจากพวกวิญญาณ และที่มีข้าสามารถมีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้ได้ก็อาจจะเป็นเพราะพวกวิญญาณด้วยเช่นกัน” เซี่ยเฉียวเอ่ย
ตอนนี้นางยอมรับความจริงข้อนี้ได้อย่างสงบแล้ว
ในช่วงสองสามปีแรกของการกลับชาติมาเกิดของนาง เป็นตัวนางเองก็ไม่ค่อยพอใจนักและพยายามทำให้โม่หลิงจือแก้ไขชะตาชีวิตของนางให้
แต่น่าเสียดายที่มันแก้ไขไม่ได้
ชีวิตนี้ของนางไม่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดก็ต้องตายเร็ว
แน่นอนว่านางเลือกอย่างแรก นางจะต้องดิ้นรนเพื่อให้รอดและพยายามมีชีวิตที่สดใสให้ได้ อีกอย่างการช่วยทำความปรารถนาสุดท้ายของพวกวิญญาณให้สำเร็จบางครั้งก็