่ภายในห้องด้วย หวังชูประสานมือคำนับเจียงจื่ออี้ จากนั้นถามว่า “ขอทูลถามฮ่องเต้ต้าจิ่ง หลังจากยึดครองอาณาจักรตงหลินแล้วจะเข้าเป็นพันธมิตรกับต้าฮวงหรือไม่พะยะค่ะ”
เขานำทูตคนอื่นๆ มาเยือนเมืองหลวงครานี้ด้วยเพื่อสะดวกในการถ่ายทอดข้อความ ส่วนตัวเขานั้นอยู่ในเมืองหลวงเรื่อยมา เจียงจื่ออี้ปฏิบัติต่อเขาอย่างดียิ่ง คอยดูแลให้กินดีอยู่ดี แต่แรกนั้นหวังชูยังคิดว่าต้าจิ่งมีท่าทีเป็นมิตรจึงเป็นไปได้ว่าราชวงศ์ทั้งสองจะร่วมมือกัน แต่ยิ่งรอก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ ฮ่องเต้ต้าจิ่งไม่ยอมปริปากเสียที เป็นไปได้มากว่าจงใจล่อให้เขามีความหวัง
เจียงจื่ออี้เอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “เราทบทวนดูแล้ว แม้ใต้หล้าจะยิ่งใหญ่แต่เราไม่ต้องการเสมอกับผู้อื่น”
ทันทีที่เอ่ยออกไป หวังชูก็บันดาลโทสะ เขาชี้นิ้วใส่เจียงจื่ออี้พลางด่าว่า “เจ้าคนสามัญ เจ้าจงใจปั่นหัวข้า หวังให้ต้าฮวงละวางความระวังตัว เจ้าทำผิดมหันต์แล้ว ขอเพียงข้าไม่กลับไปหนึ่งวัน ต้าฮวงก็จะเกณฑ์ไพร่พลอย่างต่อเนื่อง ในเมื่อเจ้าต้องการศึกสงคราม เช่นนั้นก็ทำศึกกัน ต้าฮวงจะทำให้เจ้ารู้ว่าสิ่งใดจึงจะเรียกว่าราชวงศ์แห่งโชคชะตาที่แท้จริง!”
เจียงจื่ออี้กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้ากลับไปเถิด เราจะไม่สังหารเจ้าก็แล้วกัน สองราชวงศ์สานสัมพันธ์ ไม่ตัดขาดด้านการทูต”
หวังชูยังคงเดือดดาลนัก แต่ตัวเขาเองก็รู้สึกเหนือความคาดหมายเมื่อได้ยินคำพูดของเจียงจื่ออี้ เขานึกว่าตนเองจะต้องตาย