้นะ” เมื่อออกมาจากห้องอุ่น ลมเย็นสายหนึ่งก็พัดมา คำพูดของรัชทายาทกลับอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย
เซี่ยผิงกั่งส่ายศีรษะ “ไม่มีใครเทียบน้องสาวของกระหม่อมได้”
รัชทายาทนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเตือนขึ้นมาเบาๆ “เจ้าเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกับแม่นางเซี่ยนะ”
“หากแม้แต่น้องสาวที่อายุสั้นขี้ขลาดของกระหม่อมก็ยังสู้ไม่ได้ กระหม่อมแต่งเข้าบ้านไปแล้วต้องไปพบเจอบิดาที่มีนิสัยเช่นนั้น คงจะตกใจตายอยู่ไม่ทันข้ามวันพอดี” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยด้วยความรังเกียจ
รัชทายาทหัวเราะชอบใจ
“เมื่อสักครู่แม่นางเซี่ยพูดอะไรกับเจ้าหรือ” รัชทายาทเอ่ยถาม
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เขารู้สึกว่าน้องสาวของตนมีความลับกับคนอื่นอยู่ตลอด และความลับนี้เขาก็ไม่เข้าใจเสียด้วย!
แต่ต่อหน้ารัชทายาทเขาต้องยอมสารภาพแต่โดยดี
“กึ่งกลางทะเลสาบ หินใหญ่กดทับ” เซี่ยผิงกั่งดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินดังนั้นดวงตาของเขาก็เย็นชามืดมน แม้แต่เซี่ยผิงกั่งก็ยังรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่บูดบึ้งของเขา ในขณะที่เซี่ยผิงกั่งก็ยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้น
รัชทายาท…
ทรงกริ้ว?
ทำไมเล่า
เวลานี้เซี่ยผิงกั่งเหมือนกับถูกแมวข่วนหัวใจ เขารู้สึกคันคะเยอไปหมด ทั้งสับสนทั้งอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ทำอะไรไม่ถูก
“ส่งสัญญาณ ล้อมจวนตระกูลโจวไว้!” รัชทายาทระเบิดคำสั่งออกมา
ก่อนที่จะมาบ้านตระกูลโจวเขาได้ขอราชโองการไว้แล้ว เขาจะค้นจวน