กเขาเป็นใครข้าไม่รู้จักหรอก!”
“ท่านป้าหลินที่เจ้าเกลียดก็คือพี่สาวแท้ๆ ของท่านแม่เจ้า และผู้เฒ่าหลินที่เจ้าดูถูกก็เป็นบิดาแท้ๆ ของท่านแม่เจ้า หากแม้ท่านแม่ของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ และได้พบเจอพวกเขาในตอนนี้ก็ยังไม่กล้าพูดจาเหลวไหลเช่นนั้นออกมาเลย ดังนั้น…น้องชาย ข้าช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว เจ้าปฏิบัติต่อผู้อาวุโสเช่นนี้เป็นความผิดใหญ่หลวง รอให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่กลับมา…” เซี่ยเฉียวทำท่าเชือดคอตนเองอย่างจริงจัง
“กลัวอะไร พวกเขาจะกล้าฟ้องหรือ!“ เซี่ยผิงไหวไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด “ตอนที่ท่านแม่…ท่านน้าหลู่ยังอยู่ก็เคยบอกเขาว่าคนตระกูลหลินเป็นพวกมุสิก[1] ไร้ยางอาย”
และหลูซื่อยังเคยพูดว่า ถ้าหากพวกเขาคิดถึงเขาจริงๆ เหตุใดจึงเพิ่งจะมาหาเขาตอนนี้
“พวกสาวใช้บ่าวรับใช้ที่อยู่กันเต็มเรือนนี่เป็นแค่ของตกแต่งบ้านหรือ พี่ชายใหญ่คิดจะรู้อะไรยากเสียที่ไหน” เซี่ยเฉียวเหลือบมองเขาอย่างเห็นอกเห็นใจ “อีกอย่างท่านพ่อ ท่านพ่อก็ให้ความสำคัญกับตระกูลหลินมาก!”
“เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ของเจ้าสะใภ้หลินเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและมีคุณธรรมมาก ท่านพ่อของพวกเรารักและทะนุถนอมนางมาก ข้าได้ยินมาว่าตอนที่แม่สองยังมีชีวิตอยู่ หากนางอยากจะให้ท่านพ่อไปเก็บดาวเก็บเดือนมาให้ ท่านพ่อก็เต็มใจทำ! ตอนนี้เจ้ากลับรังแกคนในครอบครัวของนางที่เป็นยอดดวงใจของท่านพ่อ ท่านพ่อจะพอใจหรือ”
“หากท่านพ่อกับท่านพี่ของเราไม่พอใจขึ้นมาล่ะก็…”
น้ำเสียงของเซี