ั้น ย่อมมีวันใดวันหนึ่งที่เขาสิ้นอายุขัย แต่หุบเขาชำนาญยุทธ์กับหอชุมดาราจะส่งต่อความแค้นนี้ไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า หากต้าจิ่งกับต้าฮวงร่วมมือกัน กำจัดถอนรากถอนโคนพวกเขาเสีย แล้วแบ่งอาณาจักรหงเสวียนกัน แผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลนั่นย่อมมากพอให้พวกเราสองอาณาจักรได้พักฟื้นอาณาจักรไปอีกหลายร้อยปี”
เขาไม่เปลี่ยนสีหน้าสักนิด แต่เรียงร้อยถ้อยคำออกมาอย่างสละสลวยทรงพลัง ขุนนางทั้งหลายฟังแล้วก็จมอยู่ในห้วงภวังค์ มรรคาจารย์แข็งแกร่ง แต่มรรคาจารย์มิใช่ทหารออกรบเพื่อต้าจิ่งมิได้ หากราชวงศ์แห่งโชคชะตาที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ทำสงครามกับราชวงศ์แห่งโชคชะตาที่ผ่านกาลเวลามายาวนานจนสั่งสมขุมกำลังได้มากมาย ทั้งสองฝ่ายย่อมบาดเจ็บทั้งคู่ หากอาณาจักรหงเสวียนฉวยโอกาสลงมือ…
หวังซูกล่าวเสริมถ้อยคำรุนแรงออกมาอีก “จากที่ข้าทราบมา มีเพียงยามที่แผ่นดินต้าจิ่งใกล้แตกพ่ายเท่านั้นที่มรรคาจารย์จะลงมือ สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมของยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้าก็จริง แต่ในเมื่อทุกท่านได้สัมผัสความดีงามของการเป็นราชวงศ์แห่งโชคชะตาแล้ว พวกท่านจะยอมถูกผู้อื่นตีแตกจนต้องกลับไปยังยุคที่วิถียุทธ์รกร้างอ้างว้างอีกหรือ ต้าจิ่งยินยอมเดิมพันเช่นนั้นจริงหรือ ต้าฮวงมิกล้าเดิมพัน แต่หากถูกบีบจนไร้ทางเลือกจริงๆ พวกข้าก็จะแสดงให้ศัตรูได้เห็นว่าพลังเช่นไรที่ทำให้ต้าฮวงยืนตระหง่านมาได้หลายร้อยปี!”
ตำหนักระฆังทองเงียบสงัด ความแข็งกร้าวที่หวังซูแสด