ีบมาหาเซี่ยเฉียวถึงที่ทันที
“แม่นางเซี่ย เจ้าเป็นผู้หญิงแท้ๆ เหตุใดจึงได้ปากคอเราะรายเช่นนี้ รีบไปขอโทษแม่นางต่งเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เซี่ยเฉียวรู้จักคนที่มา เขาน่าจะชื่อชีไหว
ก่อนหน้านี้ตอนที่มีการใส่ร้ายว่านางใช้ของปลอมมาเป็นของขวัญเข้าเรียน หัวโจกทางฝั่งศิษย์ชายก็คือคนผู้นี้นี่แหละที่ก้าวร้าวกดดันนาง
เซี่ยเฉียวอยากจะทบทวนการบ้านของนางแต่มันก็ช่างยากเย็น
คนแล้วคนเล่า ช่างว่างมากเสียจริง
“ข้าไม่ได้ทำผิด ไม่ขอโทษ” เซี่ยเฉียวนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเป็นผู้รอบรู้
ชีไหวรู้สึกโมโห “เหตุใดเจ้าถึงพูดไม่รู้เรื่องได้ขนาดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นก็คือพี่ชายของเจ้าทำไม่ถูก แม่นางต่งมีจิตใจที่ดีจึงไม่ได้ถือสาหาความเขา แต่เจ้าจงใจเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาให้แม่นางต่งต้องเสียใจเพื่ออะไร”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นอย่างประชดประชัน
ไม่ได้ถือสาหาความพี่ใหญ่?
ก่อนหน้านี้ตอนที่พี่ชายใหญ่ของนางอยู่ในค่ายทหารก็เป็นขุนนางขั้นแปดชั้นเอก จากการที่เขาเคยมีผลงานในการสู้รบกับคนเถื่อนและด้วยศักยภาพของเขาเอง หากเขาอยู่ในค่ายทหารต่อไปเขาก็จะมีอนาคตที่สดใส
เขาต้องสูญเสียตำแหน่งไปเนื่องจากเรื่องของต่งซีอวิ๋น
และต้องไปทำงานสอบปากคำทำธุระต่างๆ ที่ศาลตัดสินดีแทน
งานสอบปากคำนี้ดีกว่าบ่าวรับใช้อยู่หน่อย แต่งานไม่ได้ต่างอะไรมากนัก หากไม่ใช่เพราะเขาคลี่คลายคดีติดต่อกันสองคดี สร้างผลงานด้วยตัวคนเดียว และได้รับความสนใจจา