ูแลบอกว่าช่วงนี้น้องสาวของเขามาที่นี่บ่อยๆ จึงได้นั่งรอสักพักเผื่อจะได้เจอนาง นึกไม่ถึงเลยว่าจะบังเอิญได้เจอจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งมองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาแปลกๆ จนเซี่ยเฉียวรู้สึกเกร็งไปหมด
“ก่อนหน้านี้ข้าหุนหันพลันแล่นไปหน่อย ไม่ควรปล่อยให้ผิงไหวออกไปถูกทุบตี” เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา
“มันสมควรโดน หากหลังจากถูกทุบตีแล้วจะดีขึ้นบ้าง” เซี่ยผิงกั่งไม่ได้ตำหนินาง
เซี่ยเฉียวกัดริมฝีปากของนาง
ไม่ได้เป็นเพราะเรื่องของเซี่ยผิงไหว? แล้วมันเพราะอะไรกันเล่าถึงได้จ้องนางจนน่ากลัวขนาดนี้!
“แค่กๆๆ…” เซี่ยเฉียวไอสองสามที จากนั้นนางก็ปรับลมหายใจของตัวเอง
จากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นอย่างน่าสงสาร
เซี่ยผิงกั่งหยิบจดหมายออกมาจากอกเสื้อของเขาด้วยท่าทางงุ่มง่าม “ฝ่าบาทมอบให้เจ้า”
เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความสงสัยแล้วรีบรับไป
น่าจะสืบรู้เรื่องของวิญญาณสาวในชุดชาววังแล้วเป็นแน่
เซี่ยผิงกั่งสายตาเย็นเยียบ “เจ้าสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างดีเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่ราชวงศ์คิดจะเลือกชายาของรัชทายาท คงไม่ได้มีแผนอะไรอื่นอีกหรอกนะ”
“…” มุมปากเซี่ยเฉียวกระตุกเล็กน้อย
“ชื่อเสียงเล็กน้อยแค่นี้เกรงว่าคงไม่พอ นอกเสียจากว่าตำแหน่งราชการของท่านพ่อจะสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงยังคงเป็นคำเดิมคือ เจ้าล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถิด อีกอย่างที่ข้าส่งจดหมายแทนรัชทายาทก็เพราะรัชทายาทบอกแล้วว่าในจดหมายไม่มีอะไรสำคัญ ข้าอ่านด