าไปเมื่อเทศกาลเชงเม้งเมื่อปีหน้ามาถึง
“ปรมาจารย์ หลานชายของข้าได้รับความสะเทือนใจอย่างมาก หญิงชราอย่างข้ากังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไป ตอนนี้ครอบครัวของข้าก็เหลือแต่เขาคนเดียวแล้ว…ตราบใดที่เขาปลอดภัย ชีวิตของข้านี้มอบให้ท่านก็ยังได้!” หญิงชราผู้ดื้อรั้นคนหนึ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้าเซี่ยเฉียวอีกแล้ว
แม้ว่าหญิงชราคนนี้จะเป็นวิญญาณแล้ว แต่ร่างกายของนางก็ให้ความรู้สึกถึงความเสื่อมโทรม ร่างกายแห้งเหี่ยว ใบหน้าเหลืองซีด และเห็นแวบแรกก็รู้ว่าขาดสารอาหาร
“เจ้าไร้ชีวิตไปตั้งนานแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยเนิบช้า
เมื่อหญิงชราได้ยินดังนั้นก็ห่อเหี่ยวลงไปอีกเล็กน้อย
“เจ้าต้องการให้เขารอดชีวิตกลับบ้านใช่หรือไม่ ตอนนี้เรื่องนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร เจ้าไม่ควรมาหาข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นอีก
หญิงชราตกตะลึง ร่างวิญญาณเปราะบางนั้นดูมึนงงเล็กน้อย
เรื่องอันธพาลก่อนหน้านี้ทำให้คนทั้งเมืองเดือดดาล และตอนนี้ราชสำนักก็ให้ความสนใจกับสถานการณ์นอกเมืองอย่างมาก ผู้ประสบภัยจะได้ตั้งถิ่นฐานในที่ใหม่อย่างแน่นอน ตายหรือ…ไม่หรอก อีกอย่างหลานชายของนางก็ฉลาดขนาดนั้น คงไม่ถึงกับอดตายหรอก
“ข้า…หวังจะให้เขาโรจน์รุ่งพุ่งแรง…” ไม่นานหญิงชราก็เอ่ยขึ้นในที่สุด
เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ความปรารถนานี้ดูจะมากเกินไปหน่อยนะ”
โรจน์รุ่งพุ่งแรงต้องอาศัยตัวเอง จะพึ่งพาอาศัยคนอื่นได้อย่างไร
“ไม่ ไม่ ไม่… ข้าไม่ได้ขอให้ท่านช่วยเขาเช่นนั้น…แค่…ขอให้ท่