ข้าไปยังเห็นเลือดที่เปื้อนอยู่บนพื้น
พวกเขาจึงขมวดคิ้ว
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เซี่ยเฉียวจึงกลับเข้าไปในห้องเพื่อหลีกเลี่ยงความหนาวเย็น
นางกำลังนั่งแปลบทความภาษาอื่นอยู่ด้านใน ด้วยคิดจะใช้ช่วงเวลาในวันหยุดนี้ทำงานให้มากขึ้นหน่อย เพื่อจะได้หาถั่วเงินมาชดเชยที่เสียไปก่อนหน้านี้
พ่อลูกทั้งสามคนยืนอยู่ตรงประตูห้องด้วยความกระอักกระอ่วน
“จะยืนนิ่งอยู่กันทำไมเล่า คิดจะเป็นเทพเฝ้าประตูอยู่ตรงนั้นหรือ” เซี่ยเฉียววางพู่กันลงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
เซี่ยหนิวซานใจเต้นกระตุก เขาเหลือบมองเซี่ยผิงกั่งก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “นางโกรธพวกเราหรือนี่…”
เซี่ยผิงกั่งถลึงตาใส่เขา
เพราะใครกันเล่า!
เซี่ยเฉียวลุกขึ้นยืน แล้วให้ชุนเอ๋อร์ไปเตรียมน้ำชา
“ข้าจะมาถามว่าเมื่อตอนกลางวันเกิดอะไรขึ้น พวกเราก็ไม่อยู่บ้านกัน หากพวกเจ้าสองแม่ลูกมีปัญหากัน บ้านเราก็ไม่สงบสุข…” เซี่ยหนิวซานเอ่ยเสียงเบา ท่าทางไม่ค่อยมั่นใจ
เขากลัวลูกสาวคนนี้เล็กน้อย
เนื่องจากนางเป็นคนให้ตำแหน่งขุนนางนี้แก่เขา หากตอนนั้นเซี่ยเฉียวไม่ได้เขียนจดหมายมาหาเขา ให้เขาไปรบกับคนเถื่อน ใช้คุณูปการแลกตำแหน่งราชการมา วันนี้เขาก็คงไม่ได้อยู่อย่างสะดวกสบายเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ลูกสาวก็ไม่เหมือนลูกชาย นางนุ่มนวลบอบบาง เสียงของนางเบาดุจขนนก หากเขาทำเสียงดังเกินไปราวกับว่าเขาอาจจะทำให้นางตกใจตายได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ พอเขาได้เห็นลูกสาวคนนี้ เขาก็นึก