นึ่งคืน แต่ก็กลัวว่าพวกท่านจะเป็นห่วง จึงได้ห้ามไม่ให้พวกข้าไปตามท่านหมอมาดูอาการ ทั้งยังบอกว่านางเคยชินกับอาการเช่นนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ได้แต่บอกว่าเป็นลมนิดหน่อยไม่เป็นอันใด พวกเราก็กลัวว่าคุณหนูจะไม่สบายใจจึงได้เชื่อฟังคำสั่งนาง แต่นายหญิงสิกลับส่งคนมาบอกให้คุณหนูไปพบ พอบอกว่าคุณหนูไม่สบายกลับไม่ยอมเชื่อ!”
“เช้าวันนี้บังเอิญแดดดี คุณหนูก็ชอบอาบแดดอยู่แล้ว นางบอกว่าพลังหยางที่เพียงพอดีต่อร่างกาย นางก็เลยเอนหลังอยู่ที่ลานบ้าน นายหญิงก็นำขบวนบ่าวชายบ่าวหญิงบุกเข้ามา คุณหนูของพวกข้ายังไม่ได้แต่งงานออกเรือนเลย มีพ่อบ้านบ่าวรับใช้บ้านไหนบ้างที่กล้าไร้มารยาทเช่นนี้!”
“เรื่องนั้นก็แล้วไปเถอะ พอคุณหนูให้พวกนางจากไป พวกนางกลับไม่ฟัง นายหญิงหาว่าคุณหนูเสแสร้งแกล้งทำ และต้องการจะลงโทษคุณหนู เดี๋ยวก็ว่าจะโบยนาง เดี๋ยวก็จะให้คุกเข่า แม้แต่จะยืนคุณหนูของพวกเราก็ยังยืนไม่มั่งคงเลย ไม่มีประโยคไหนที่นางจะแสดงความห่วงใยเลย กลับคอยยั่วโมโหคุณหนูไม่หยุดหย่อน!”
“พ่อบ้านหยวนนั่นยังพูดว่าคุณหนูของพวกเราไม่กลับบ้านในคืนเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว คำพูดของเขาราวกับต้องการบอกคนอื่นว่าคุณหนูไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจกระนั้น!”
“ที่ׅคุณหนูของพวกข้าไม่ได้กลับบ้านในคืนวันเทศกาลส่งเสื้อกันหนาว เพราะนางไปอยู่ที่สำนักศึกษา หากท่านไม่เชื่อ ก็ให้ไปถามผู้ดูแลที่สำนักศึกษาดู!”
“พอนายหญิงของท่านรับรู้เช่นนั้นก็ทำราวกับนกอินทรีเ