เฝ้าหลูซื่อมาแล้วทั้งวัน พวกเขาได้แต่มองศีรษะที่คลุมผ้าเอาไว้ นางมีสีหน้าซีดเผือด คุดคู้อยู่บนเตียง ดูน่าสงสารยิ่งนัก
“เกิดอะไรขึ้น ตอนที่ข้าออกไปเมื่อข้ายังดีๆ อยู่เลยมิใช่หรือ ตอนนี้ทำมถึงป่วยเสียแล้วเล่า” เซี่ยหนิวซานถอดเสื้อคลุมออกแล้วรีบก้าวเข้ามาถามไถ่ด้วยความห่วงใย
“ท่านพี่..” หลูซื่อรีบร้องเรียก น้ำตาไหลพราก
เซี่ยหนิวซานจิตใจสั่นคลอนด้วยเสียงเรียกนี้ของนาง
เซี่ยผิงไหวเกาศีรษะด้วยอารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจ
วันนี้เขาได้ยินเรื่องนี้แล้ว พูดตามตรงเขารู้สึกว่า…พี่หญิงใหญ่ไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงอย่างไรท่านพ่อก็บอกไว้แล้วก่อนหน้านี้ว่า ไม่ให้ใครก็ตามไปที่เรือนของพี่หญิงใหญ่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขาหรือพี่ชายใหญ่ก่อน
แต่ท่านแม่กลับจงใจทำผิดทั้งๆ ที่รู้ เพียงแต่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ท่านแม่ดูแลเขามาหลายตลอดหลายปีนี้ เมื่อเขาเห็นนางหวาดกลัวจนถึงขนาดนี้ เขาเองก็ไม่กล้าพูดจารุนแรงกับนาง
เขารู้สึกว่าตนเองถูกบีบอยู่ตรงกลางก็น่าสงสารเช่นกัน
“ท่านลุงเซี่ย! เซี่ยเฉียวในฐานะลูกแต่กลับจะยิงท่านแม่ของข้าเช่นนี้ เรื่องนี้ท่านต้องออกหน้าให้ความยุติธรรมกับท่านแม่ของข้าด้วย ไม่เช่นนั้นข้าจะฟ้องทางการ จะต้องให้เซี่ยเฉียวชดใช้ให้ได้!” เผยหว่านเย่ว์เสียงแข็งขึ้นมา
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว “เจ้าพูดว่าอะไรนะ ยิงนาง”
ข้าไม่เชื่อหรอก
ลูกสาวคนโตของเขาอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง บอบบางและน่าสงสาร แค่หายใจก็แทบจะหายใจไม่ออกอยู