หลูชื่อสีหน้าเย็นชา “นังหนูเฉียว ข้ามาหาเจ้าเพราะมีเรื่องจะพูดด้วย เจ้ากลับให้คนของเจ้าปฏิบัติกับข้าเช่นนี้หรือ”
เซี่ยเฉียวลืมตาขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ท่านแม่มาหรือ ข้าไม่สบาย ค่อยพูดกันวันหลังเถอะ”
สอดคล้องกลับท่าทีของท่านยายฟัง
หลูซื่อสีหน้าย่ำแย่วางหน้าไม่ถูก
นางเข้ามาที่เรือนนี้ครั้งแรกก็ทำกับนางอย่างนี้แล้ว?!
ไม่ต้องพูดถึงชาสักจิบ นางยังไล่คนอีก!
มีลูกสาวอย่างนี้ด้วยหรือ
โชคดีที่นางไม่ได้เป็นคนให้กำเนิดมา หากเป็นเด็กที่นางให้กำเนิด เด็กคนนี้ก็คงจะถูกรัดคอตายตั้งแต่ยังเป็นทารก!
หลูซื่อย่อมไม่ยอมจากไป นางยืนเอ่ยอยู่ที่เดิม “ข้าได้ยินมาว่าผิงกั่งส่งคนไปรับคนตระกูลหลินมา เรื่องนี้เจ้าอาจจะไม่รู้ว่าข้าเลี้ยงดูไหวเอ๋อร์กับซีเอ๋อร์มาในช่วงหลายปีนี้ แม้ไม่มีความดีความชอบแต่ก็มีความลำบาก หากเจ้าไปรับคนตระกูลหลินมา ข้านับเป็นอะไร ต่อไปเด็กของคนนี้จะมองข้าอย่างไรเล่า”
“ท่านยายฟัง ให้ใครไปตามพี่ชายของข้ากลับมาจากศาลตัดสินคดีหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นเรียบๆ
หลูซื่อได้ยินเช่นนั้นก็โกรธทันที “ห้ามไป!”
หลังจากที่พูดจบก็ให้คนปิดประตูแน่นหนา
จากนั้นเซี่ยเฉียวจึงลุกขึ้นนั่งตัวตรง แล้วมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ท่านกำลังวางอำนาจในเรือนของข้า? ท่านพ่อไม่ได้บอกท่านหรือว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”
นางเหมือนเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง ใบหน้าขาวนวล สายตาลึกซึ้ง นางดูเหมือนศพไร้วิญญาณที่เดินได้ น้ำเสีย