ป็นพิเศษ ช่วงนี้ท่านเจ้าของร้านยุ่งมาก ไม่มีเวลาวาดยันต์ใหม่เลย ดังนั้น…” ผู้ดูแลยิ้มเขินก่อนจะรีบเอ่ย “ถึงแม้ยันต์จะหมดแล้ว แต่ก็มีอาวุธเวทย์ซึ่งล้วนเป็นของดีที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วทั้งนั้น ก่อนหน้านี้อาจารย์เซียวก็ซื้อไปแล้วชิ้นหนึ่งมิใช่หรือ ที่ร้านเรายังมีที่ดีกว่า อีกอย่างเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวก็มาถึงแล้ว หากอาจารย์ต้องการส่งอะไรไปให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ทางเราก็มีของบางอย่าง…”
พูดพลางเขาก็ผลักหุ่นไม้ที่เซี่ยเฉียวแกะสลักไว้ออกมา
นอกจากหุ่นไม้ตัวเล็กๆ แล้วก็ยังมีของจำพวกเรือไม้เอย กระท่อมไม้เอยอีกด้วย
แม้จะมีไม่ครบถ้วนอย่างงานกระดาษที่มีขายกันในร้านเกี่ยวกับงานศพ ทว่าก็วิจิตรงดงาม แต่ด้วยราคาที่แพงมากจึงยังขายไม่ออก
อาจารย์เซียวถอนหายใจอย่างเสียดาย และสุดท้ายก็ซื้อบ้านไม้หลังเล็กๆ ไป
เผาไปให้บรรพบุรุษ?
มิใช่หรอก กระท่อมไม้หลังนี้สวย เขาก็เลยซื้อมันกลับไปเป็นของตกแต่ง
เวลานี้ที่จริงแล้วเซี่ยเฉียวอยู่ที่ชั้นบน
สามีภรรยาตระกูลเว่ยมาถึงแล้ว
เซี่ยเฉียวนำขวดกระเบื้องขนาดเล็กที่บรรจุน้ำตาวัวอยู่ภายในออกมา และแปะยันต์ให้คนทั้งสอง ทันทีที่ลูบตาด้วยน้ำตาวัวสามีภรรยาตระกูลเว่ยก็รู้สึกว่าภาพตรงหน้าพวกเขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย
พวกเขารู้สึกว่ามันมืดมนขึ้นเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวเรียกวิญญาณของลูกสาวพวกเขาออกมา
“ดูได้เท่านั้น แต่พูดไม่ได้” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ยขึ้นทันที
น้ำตาของมารดาร่วงหล่น นางยื่นมือออกไป