ข้าร้ายกาจมาก ข้าเองก็สู้นางไม่ได้” สะใภ้ฟังเอ่ยอย่างเจียมตัว
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ และคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ข้ามีวิธี” เซี่ยเฉียวนำยันต์ออกมาแผ่นหนึ่ง “เจ้าเก็บยันต์นี้ไว้ คราวหน้าหากนางมาอีก เจ้าก็แค่สะบัดยันต์นี้ออกไปพบนางก็พอ”
สะใภ้ฟังทำหน้าสงสัย
เซี่ยเฉียวกลับยิ้มอย่างลึกลับคาดเดาไม่ได้แล้วจากไป
นางก็ไม่ได้ไปไหนไกล แต่ไปเดินเล่นใกล้ๆ บ้านแม่สามีของสะใภ้ฟัง
ตระกูลหลินนี้ต่างจากตระกูลเว่ยและตระกูลเจิ้งเล็กน้อย พวกเขาเป็นบ้านเล็กๆ ครอบครัวเล็กๆ ที่อาศัยอยู่ในตรอกแคบๆ และถนนหนทางก็ไม่ได้ราบเรียบสักเท่าไร มีการซุบซิบนินทากันระหว่างเพื่อนบ้าน และสามารถได้ยินเสียงจากต้นซอยไปยังท้ายซอย .
และสะใภ้ฟังก็อาศัยอยู่ในตรอกเดียวกัน แต่ห่างออกไปบ้าง
แน่นอนว่าบ้านที่สะใภ้ฟังอยู่เป็นบ้านเช่า หลังจากที่สามีของนางจากไปแล้วนางก็ถูกไล่ออกจากบ้าน
เซี่ยเฉียวยืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิน นางเห็นหญิงชราคนหนึ่งออกมา จึงได้เห็นโหวงเฮ้งของคนที่สูญเสีย นางน่าจะเป็นแม่สามีคนนั้นไม่ผิดแน่
“ไอ้หยา คนดีผู้นี้ ข้าเห็นว่าจุดอิ้นถังของเจ้าหมองคล้ำ ดวงตาไร้แวว ปากลิ้นแห้ง ดวงจิตกระจัดกระจาย ช่วงนี้อะไรๆ คงจะแย่ ครอบครัวก็ไม่สงบสุข”
—————————–
[1] เถาเอ๋อร์ ลูกท้อ