ังตากระตุก
“…” เซี่ยเฉียวกินข้าวไปอย่างเงียบๆ
เซี่ยผิงกั่งขึงตามองนาง ไม่เห็นพ่ออยู่ในสายตา แต่เซี่ยหนิวซานก็คุ้นเคยดีอยู่แล้ว เวลานี้ใบหน้าของเขาจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“เทศกาลส่งเสื้อกันหนาวจะมาถึงแล้ว พวกเราต้องไปบ้านเก่า…ไปเคารพบรรพบุรุษเสียหน่อย” หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยหนิวซานก็โพล่งออกมา
“พวกเรายังมีบ้านเก่าด้วยหรือ” เซี่ยเฉียวถามทันที
พวกเขาเพิ่งย้ายมาเมืองหลวงเมื่อห้าหรือหกปีที่แล้วไม่ใช่หรือ…
“…” สีหน้าของเซี่ยหนิวซานแปลกไปเล็กน้อย
“บ้านเก่าอะไร ก็แค่พูดให้ฟังดูดีเท่านั้น เป็นบ้านที่ท่านย่าให้ท่านพ่อซื้อให้ในเมืองหลวงนี้ ป้ายวิญญาณในบ้านเก่าก็ย้ายมาด้วย ทั้งหมดก็มีไม่เท่าไรหรอก บอกว่าเป็นโถงบรรพบุรุษ ทุกปีเวลามีเทศกาลก็จะต้องไปดู แล้วก็ถือโอกาสให้เงินเพื่อแสดงความกตัญญูแก่คนเป็นคนตายเพิ่มเสียหน่อย” เซี่ยผิงกั่งเสียดสี เขาเอ่ยตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
“เจ้าเด็กบ้า เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าทุบตีเจ้าหรือ” เซี่ยหนิวซานไม่พอใจเล็กน้อย “ยังเป็นครอบครัวเดียวกัน จะไม่ไปได้หรือ อีกอย่างนังหนูก็มาเมืองหลวงตั้งนานขนาดนี้แล้ว แต่ยังไม่เคยไปแสดงความเคารพเลย หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะดูไม่ดี”
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะเหอะๆ
“ใช่ ถึงเวลาเจอพวกน่ารังเกียจนั้นแล้ว แต่เรื่องเจอก็ส่วนเจอ ปีนี้ครอบครัวของเราอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ไม่มีเงินทอง คงจะให้ได้แค่หนึ่งร้อยตำลึง หากคิดว่าน้อยเกินไป พวกเราก็ไม่ต้