มือนกับเมื่อสักครู่ ขาก้าวหนึ่งก้าวเข้าไป แล้วอีกก้าวก็พาเขาออกมา
“อย่าลองเลย เมื่อครู่ทุกคนก็เข้าไปไม่ได้ อย่างกับคนตาบอดหลงทางกระนั้น เจ้าว่าเป็นไปได้ไหมว่าสถานที่บ้าๆ นี่จะเป็นเขาวงกต ข้าเดาว่าผีบังตาเป็นแน่” ใต้เท้าหลิวพูดอย่างซังกะตาย
เซี่ยผิงกั่งเกาศีรษะของเขา ร่างกายเหมือนหมีง่วง ของเขาดูมึนงงสับสน
“นักพรตหญิงคนนั้น…หน้าตาเป็นอย่างไรหรือ” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็ถามขึ้นมา
“…” ใต้เท้าหลิวหนังตากระตุกทันที
เจ้าเด็กนี่ยังเป็นคนอยู่หรือไม่ ใยเวลาสำคัญเช่นนี้ยังจะมาอยากรู้อีกว่านักพรตหญิงหน้าตาดีหรือไม่!
ช่างเดรัจฉานเสียจริง!
“จากที่ฟังพวกเขาพูดมา นางเป็นนักพรตที่เข้าถึงทางเต๋า มีลักษณะของเซียน หน้าตาผ่องใส สงบเย็น และลึกลับคาดเดาไม่ได้” ใต้เท้าหลิวกล่าวถึงตรงนี้ก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “หากเป็นนักพรตที่มีความสามารถก็ดีเลย พอนางจัดการเรื่องประหลาดๆ นี้ได้ พวกเราก็จะเข้าไปดับไฟช่วยคนได้แล้วสินะ”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วมุ่น
ระยะนี้เขารู้จักนักพรตเต๋าอยู่ก็แค่คนเดียวเท่านั้น
เซี่ยเฉียว
แม้ว่านางจะไม่ได้แต่งตัวเป็นนักพรตอีกหลังจากที่นางมาถึงเมืองหลวงแล้ว แต่เมื่อนึกถึงการพบกันครั้งแรกของพวกเขาที่เมืองสือฝั่ง เขาก็ลืมลักษณะท่าทางของนางไม่ลง