กูลเว่ยเท่านั้นที่รู้สึกว่าลูกเขยของพวกเขาน่ากลัว
“คุณชายเจิ้ง เจ้าทำอะไร วิญญาณรู้เห็น ในช่วงไม่กี่วันมานี้เจ้ารู้สึกหนาวสั่น ใส่เสื้อผ้าอย่างไรก็ยังรู้สึกไม่อบอุ่นขึ้นมาใช่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าสามีภรรยาตระกูลเว่ยโกรธจนสีหน้าดูไม่ดี เซี่ยเฉียวจึงได้เอ่ยปากขึ้น
เจิ้งหลู่เซิงหนังตากระตุก ตัวแข็งเกร็งไปทั้งร่างทันที “เจ้าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงมาจากไหน เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่พูดจาเหลวไหลกับพ่อตาแม่ยายของข้า”
เซี่ยเฉียวยิ้มอ่อนๆ
“คุณชายเจิ้ง จุดอิ้นถัง[1] กลางหว่างคิ้วของเจ้าหมองคล้ำ หายนะกำลังใกล้เข้ามาแล้ว หากคุณชายเจิ้งไม่เชื่อ…จะลองลุกขึ้นยืนดูก็ได้นะ”
เจิ้งหลู่เซิงกลับคิดว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด
ลุกขึ้นยืน?!
มันจะเป็นอย่างไรได้หรือ วิญญาณแค้นของสะใภ้เว่ยจะมาเอาชีวิตเขาได้อย่างนั้นหรือ!
เวลานี้เจิ้งหลู่เซิงกำลังคุกเข่าอยู่ต่อหน้าสองสามีภรรยาตระกูลเว่ย เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเฉียว เขาจึงต้องการยืนขึ้นทันที
แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเขาหนักมาก
ราวกับว่ามีก้อนหินขนาดใหญ่กดทับเขาอยู่กระนั้น สองขาของเขาไม่สามารถขยับได้!
เหงื่อเย็น ผุดออกมาทันที
ในเวลานี้เพื่อนบ้านที่กำลังมองดูพวกเขาต่างก็พากันตกใจ
เซี่ยเฉียวเงยหน้ามองขึ้นไปยังท้องฟ้า ความมืดปกคลุม และมีแสงรุนแรงจางๆ อยู่ทางทิศใต้ของบ้านตระกูลเจิ้ง
ทิศจูเชวี่ย[2] ไฟยามเที่ยงที่ใกล้น้ำ เสียหายหนัก
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วด้วยความงุนงงเล็กน้อย
พ