ามีเหตุมีผลของตนเองเสียด้วย ไป๋จีเอ่ยยิ้มๆ ว่า “พูดเสียเป็นเรื่องง่าย เจ้าเทียบอาจารย์ลุงผิงอันของเจ้าได้หรือ หากเจ้าได้พบเขา เจ้าต้องล้มเลิกความคิดนี้เป็นแน่”เจียงเจียนถลึงตาใส่มันแล้วบอกว่า “ข้าไม่เคยพบกับเขา แต่ต้องมีวันหนึ่งที่ข้าจะท้าประลองกับเขา เพื่อทดสอบความเก่งกาจของเขา”
ท้าประลองผิงอัน? รนหาที่ตายหรือไร! เจียงฉางเชิงก็กังวลขึ้นมาเหมือนกัน กลัวว่าผิงอันจะพลั้งมือทำเจ้าหนูนี้ตาย ช่างเถิด เจียงฉางเชิงหลับตาลงเตรียมจะคิดค้นยอดเคล็ดวิชาหล่อหลอมกายแกร่งขึ้นมาสักวิชาหนึ่ง
กำเนิดวิชากายเทวะอัสนีแม้ว่าการฝึกเซียนและฝึกยุทธ์จะเป็นคนละแนวทางกัน แต่วิชาอาคมและอภินิหารบางอย่างของการฝึกเซียนก็สามารถสอดคล้องกับวิชายุทธ์ได้ เจียงฉางเชิงคิดถึงวิชาอัสนีลิขิตสวรรค์ของตน การใช้สายฟ้าหล่อหลอมกายให้แกร่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า เพียงแต่อาจไปสะกดพละกำลังที่แฝงเร้นอยู่ในกายได้ง่าย ยอดเคล็ดวิชานี้หากสามารถผสานเข้ากับวิชายุทธ์อื่นๆ ก็อาจคิดค้นวิชาที่ร้ายกาจออกมาได้
นับแต่คิดค้นวิชาวิถีสวรรค์พิภพออกมา เจียงฉางเชิงก็ไม่ได้คิดค้นวิชาอื่นๆ ออกมาอีก โดยเฉพาะเมื่อเหล่าศิษย์ฝึกวิชาวิถีสวรรค์พิภพก็ไม่อาจฝึกฝนให้เกิดพลังวิญญาณได้ เขาจึงเลิกความคิดที่จะคิดค้นวิชาใหม่ๆ มิให้เหล่าศิษย์ฝึกฝนวิชายุทธ์ที่เขาเก็บรวบรวมมาเสียดีกว่าหรือ ฉะนั้นจึงนับได้ว่าตอนนี้เขาละเมิดกฎของตนเพื่อหลานชาย เขาชอบเจียงเจียนมากจริงๆ