นางจึงทำได้เพียงนำสินเดิมของนางเท่าที่มีออกมา และซื้อบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่งใกล้สำนักศึกษาหลวง
บ้านนั้นมีขนาดเล็กมาก และมีเพียงสองลานบ้านเท่านั้น นางยังต้องเตรียมบ่าวรับใช้ไว้อีกสองสามคนด้วย
หลูซื่อทุกข์ใจมาก
เดิมทีก็มีบ้านส่วนตัวไม่มากนัก และตอนนี้เกือบจะหาไม่ได้แล้ว บ้านในเมืองหลวงจึงมีราคาแพง
ทว่าเผยหว่านเย่ว์กลับรู้สึกว่าหลูซื่อตระหนี่ขี้เหนียว
สีหน้าของนางเรียบเฉยมาโดยตลอด จนทำให้หลูซื่อรู้สึกหนาวเหน็บในใจ
“พอเข้าเรียนที่สำนักศึกษาหลวงแล้ว เจ้าก็ไม่ต้องไปขัดแย้งอะไรกับเซี่ยเฉียวแล้วนะ นังหนูนั่นไม่ธรรมดา แม้ว่าท่านลุงเซี่ยของเจ้าจะดูไม่ได้ใส่ใจอะไรนางมากนัก แต่เซี่ยผิงกั่งท่าทางจะรักเอ็นดูนางมากอยู่ ตอนนี้แม้แต่เซี่ยผิงไหวเองก็เข้าข้างนางแล้ว เจ้าสู้นางไม่ได้แล้วจะเป็นอย่างไรเล่า” หลูซื่อถอนหายใจ
“ข้ารู้แล้ว” ท่านแม่ของนางคิดว่านางสู้เซี่ยเฉียวไม่ได้อย่างนั้นหรือ
“วันหน้าข้าจะพาเจ้าไปพบท่านย่า นางดีกับข้าไม่น้อย หากเจ้าทำตัวน่ารักดู นางก็น่าจะเอ็นดูเจ้าอยู่หรอก พอถึงตอนนั้นมีท่านย่าดูแลเจ้า ข้าก็ค่อยพยายามเกลี้ยกล่อมท่านลุงเซี่ยของเจ้า ให้เขายอมให้เจ้าแต่งออกจากบ้านตระกูลเซี่ย” หลูซื่อเอ่ยอีก
เผยหว่านเย่ว์ตอบรับอย่างขอไปที
เมื่อก่อนนางรู้สึกว่าแม่ของนางดองกับครอบครัวขุนนางได้ถือว่าโชคดี
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นความโชคร้ายมากกว่า
ตระกูลเซี่ยสร้างครอบครัวมาจากการเป็นโจร ชื่อเ