มาแล้วหรือไม่”
“พ่อบ้านหยวนบอกว่าอีกแค่หนึ่งชั่วยามคุณหนูรองก็จะกลับมาแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้พูดตามความจริง
“หนึ่งชั่วยาม?!” เซี่ยผิงไหวโลดขึ้นทันที “หนึ่งชั่วยามนางก็ต้องเลิกเรียนแล้วสิ หยวนหรงหมายความว่าอย่างไร ปล่อยให้ข้ารออยู่ตรงนี้คนเดียวเหมือนคนโง่ แต่เขาไม่ได้ไปตามคนให้ข้าเลยอย่างนั้นหรือ”
“เป็นความต้องการของนายหญิงขอรับ” บ่าวรับใช้รีบเอ่ย
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เซี่ยผิงไหวก็ขี้ขลาดเป็นนกกระทาทันที
ทั้งๆ ที่เขาโกรธมากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
ต้องอดกลั้นความโกรธเอาไว้ หดหู่ใจยิ่งนัก
คิดๆ ดูก็อีกแค่ชั่วยามเท่านั้น เขาจึงยอมทนรอ แต่ยิ่งนานก็ยิ่งรู้สึกโมโห
เขานึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เผยหว่านเย่ว์เคยพูดถึงหยกขาวมาก่อน นางบอกให้เขายกหยกขาวให้นาง ตอนนั้นเขาก็ได้เตือนเผยหว่านเย่ว์แล้วว่า หากเขาทำอย่างนั้นจริงๆ พี่ชายใหญ่คงจะตีเขาตาย
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาพูดจริงจังขนาดนั้นแล้ว เผยหว่านเย่ว์ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ด้วยซ้ำ
ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าเห็นเขาเป็นน้องชายแท้ๆ เลย นี่หรือน้องชายแท้ๆ?
หากเขาอัดนางสักทีสองที และด่านางอีกหน่อย นั่นก็นับเป็นเรื่องชอบธรรมแล้ว
แต่นางแอบทำเรื่องเช่นนี้อย่างลับๆ…
เซี่ยผิงไหวโมโหจนปวดตับ
เขารอไปรอมา ในที่สุดก็รอจนเผยหว่านเย่ว์กลับมา เซี่ยผิงไหวพุ่งตัวออกไปทันที
เผยหว่านเย่ว์ยังไม่ทันได้กลับเข้าห้องก็ถูกเซี่ยผิงไหวหยุดเอาไว้ นางเห็นเซี่ยผิงไหวก้าวเข้ามาขวางหน้านา